ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ,สัดส่วนเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า , ราคาไฟฟ้า/ต่อหน่วย

เราจะมาร่วมมือกันลดการผลิตไฟฟ้า ของประเทศไทย     ด้วยตัวของเราเอง . ???

———————————————————————————————

ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบเดือนมิถุนายนเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 เวลา 14.30 น. มีค่าเท่ากับ 25,017.19 Glossary Link เมกะวัตต์ ลดลงจากเดือนที่ผ่านมา 1,236.10 Glossary Link เมกะวัตต์ หรือลดลงร้อยละ 4.71

ส่วนความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557 เวลา 14.26 น. มีค่าเท่ากับ 26,942.10 เมกะวัตต์

ข้อมูล: กองสารสนเทศ ฝ่ายสื่อสารองค์การ กฟผ.

ค่าไฟฟ้าชนิด  TOU

ข้อมูลจาก -การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ  EGAT

http://www.egat.co.th/

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Leave a comment

สานฝันต่อจาก คนไทย ที่ชื่อ ไชยา นิลทา

เราคงจะนิ่งดูดาย ไม่ได้ เมื่อคนไทย คนหนึ่ง  ที่ชื่อว่า   ไชยา นิลทา  ซึ่งมีไอเดียเด็ด.ๆแและมีจุดประสงค์อันแน่วแน่  ( ต่อกระทรวงพลังงาน อย่างยิ่งแน่แท้ .อาจจะไม่ ถึง ปตท ก็ ตาม   )  นั้นก็คือ  เราจะสืบสานฝัน จากเจตนารมณ์ ของคุณ ไชยา นิลทา .เพื่อให้ความฝันหลายเป็นจริง  เพื่อเกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ  ในการจะสร้างพลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้น  โดยไม่ต้อง มีลม  หรือ มีแดด  (  น้ำมัน  แก๊ส  ..ก็ไม่ ต้อง.นะ. .) .    หรือจะ พูดง่ายๆ กังหันลมขนาดเล็ก มากกกๆๆ   ไม่หมุน  แสงแดดไม่มีให้กับแผงโซลาร์เซลล์.   เราก็มีพลังงานทางเลือกใหม่ . จากเครื่องผลิตพลังงาน  ที่เราประดิษฐขึ้น. . .โดยใช้แหล่งพลังงาน เล็กน้อย . จาก แหล่งพลังานกังหันลม หรือ แผงโซลลาร์เซลล์  หรือ   การไฟฟ้านครหลวง หรือ  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ..     โดยจะทวีพลังานจากเดิมให้สูงขึ้น ..มากกว่าเดิม  .

” คุณ ไชยา ..ครับ   คุณได้สิทธ์  นั้นเดียวนี้ ”     ” เราจะดัน ดารา..”    ”เกลืออย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือปฎิบัติ” “ชีวิต ยิ่งกว่าละคร.” “ฝันที่เป็นจริง”
ขอมอบให้กับ คุณ ไชยา.

ชมรูปเล็กๆจากการทดสอบครั้งแรก.

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ความฝันของ คุณ ไชยา นิลทา.


เมื่อย้อนไปประมาณ ปี 50  ทางทีมงานได้รับ อีเมล์  จากคนไทย  คนหนึ่ง  ชื่อ คุณ ไชยา นิลทา  ส่งตรงมาจาก ลิเบีย..  ทางเรารู้สึกดีใจอย่างมาก และได้ทำความรู้จักกัน ในช่วงเเวลาหนึ่ง และได้พูดคุยไม่นาน มากนัก.. .  .  ทำให้เราได้เห็นคนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ และ ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ด้านพลังงานทดแทนเพื่อสังคม  และประเทศชาติ.  ของโลกใบนี้  . เราจึงขออนุญาติ .นำข้อความ และ ความรู้ที่ คุณไชยา . มาเผ่ยแพร่   ให้คนที่สนใจด้านพลังงานด้านนี้ นำไปเพื่อพัฒนาต่อยอด  และเกิดประโยชน์ อย่างสูงสุด   ต่อมวลมนุษยชาติ     ในขณะที่แหล่งพลังงาน มีการช่วงชิง และแสวงหา ..   แถมด้วย การประท้วง ผสมกับการปฏิรูป แหล่งพลังงาน ..^__^

ทางเราขอขอบคุณ คุณไชยา นิลทา  อย่างที่สุด..   คุณ คือ  ฮีโร่ . .

——————————————————–

28/07/2550

สัสดีครับ    ใครก็ได้ช่วยผมที

ผมกลับมาจากใช้แรงงาน  ไต้หวัน ปลายปี สี่แปด  นำอะไหล่บางตัวมา  คิดจะสร้างพลังงาน  คิดจะช่วยชาติ  พลังงานที่จะสร้าง  ได้จากพลังลม ไม่ใช่ ลมที่พัดแล้วหมุน ได้จากลมที่ เราเติมลม ล้อรถ  ที่เรียกว่าถังลม  ผมพยามสองปีแล้ว  แต่ยังหาที่ลงไม่ได้    หาคนที่จะทำ ไม่เจอ  ในเวลาสองปี ผมพยามหาเงินมาทำ หาอะไหล่บ้านเรา ผมเห็น แต่ผมสู้ราคาไม่ไหว ราคารวมกันแล้ว  ขั้นต่ำ สามหมื่นกว่า สูงสุดหลักล้าน  ฐานะอย่างผมคงอีกนาน จะมีเงินมาทำ  ผมมองเห็นแต่หน่วยงานของรัฐ ที่ต้องการ รัฐออกข่าวทุกอาทิตย์  ทุกเดือน  เมือต้นปี50  รมต.พลังงาน จะชื่อพลังงานหมุนเวียน จากพากเอกชน ผมคิดว่าน่าจะมีใครบางคน เอาความคิดผมไปใช้  เพราะผมเคยส่งชีดีชุดนี้ ไปให้ กระทรวงพลังงานและวางแผนพลังงาน  ต้นปี49 ผมมีหลักฐาน( ถ้าไม่ทำแบบ ที่อยู่ในชีดีนี่ ก็แล้วไป) ผมมีดีกว่านี้  และในปี 63 ไทยจะมีพลังงาน นิวเคลีย  ปั่นไฟฟ้า  ผมเลยรวบรวมความคิด ที่อยู่ในชีดีนี้  เอามาให้ท่านดู เพื่อท่านจะช่วยผมได้  สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้  คืออุปะกรน์ที่จะมาทำ  คือ  ไดซาจต์  24โวลท์   แบลตเตอร์ลี่  120 แอม สองลูก เฟืองขนาด เส้นศูนร์กลาง ห้าสิบเซนติเมตร  ถังลม หนึ่งชุด โซคไฮไดลิค ขนาด  2นิ้วครึ่งยาว40 ซม. สามอัน และเงินก้อนหนึ่ง เอามาให้โรงกลึงทำ  อะไรก็ได้ ผมยอมหมด ผมเดือดร้อนเงิน ไม่มีเงิน พาพ่อไปหาหมอ ไม่มีเงิน ส่งเสียลูกเล่าเรียน  ผมเลยทำอะไรสักอย่าง ดีกว่าไม่ทำอะไร มัวแต่รอ บุญ วาสนา  รอวันตาย  ขนาดนี้  ยังไม่มีใครต้องการ  ไม่รู้จะทำไปทำไม ผมคงไปพึ่ง ของที่ผิดกฎหมาย  ซึ่งได้มาด้วยเงินทอง เพื่อความอยู่รอด

ผมมี โฉดที่ดิน เป็นหลักทรัพย์ ค่ำประกัน  หากผมทำไม่ได้ ยินดียกให้ ผมไม่มีทางเลือก

ผมเคยเอาไปจำนำ ไม่ทีใครกล้าให้ยืม เขาคิดว่าผมบ้า ผมว่าสมองคนเราไม่เหมือนกัน ถ้าเหมือนกัน คนในโลก คงไม่มีอะไร ที่ให้เราใช้ อย่างสบาย ทุกอย่างจะต้องร่วมมือกันทำ

ทำคนเดียวไม่ได้ ไหนฯก็บ้าแล้วผมขอบ้าสุดฯ ช่วยส่ง กระทรวงพลังงานด้วย  ผมขอบคูณล้วงหน้า  ที่บ้านผมมีตัวอย่างที่จะทำ ถ้าผมบ้าแล้วจะไปทำไม แค่ผมติดรถ เติมพลังงาน ผมก็มีไฟใช้แล้ว อีกประมาณ41ปี น้ำมันจะหมด แล้วน้ำมันก็ราคาสูง ศึนามิ

ก็ทำลายมนุษย์  ให้ผมเข้าพบ ผมพร้อมจะอธิบาย ให้รู้ รอให้มีผลงาน ผมอาจจะตายก่อน

ขอบคุณ ครับ ผมไม่มีทางเลือก หิวเงิน  ถ้าผมพูดไม่จริง ขอให้มีอันเป็นไป พูดแล้วยาว

จาก  คนบ้า    นาย  ไชยา นิลทา    0853072355-0815453076

From:   “chaiya niltha” <niltha96@gmail.com>

———————————————————————————————-

วิธีทดรอบ

1  ถ้าเริ่มจากเล็กไปหา  ใหญ่ ( เฟืองหรือสายพาน ) เครื่องจะหมุนไม่เร็ว  แต่มีความแรง

ถ้าทำพ่วงกันหลายจุด  รอบก็จะไม่เร็ว ยิ่งมาก ยิ่งแรง  แต่ไม่มีแรงขับ

2  ถ้าเริ่มจากใหญ่ไปหาเล็ก  (เฟืองหรือสายพาย) เครื่องจะเร็ว  แต่ไม่มีความแรง  ถ้าต่อ                        เหมือนกับข้อหนึ่ง     ก็จะเร็วขึ้น     กลับกันกับข้อหนึ่ง  เร็วแต่ไม่แรง

สรุปแล้ว  ให้นำสองอย่างมาประกอบกัน  แล้วใช้ไหวพลิบเข้าช่วย  เป็นความสามารถเฉพราะตัว    (พรสวรรค์ของคนเราไม่เท่ากัน)

ขอบคุณครับ

01-7491497    นายไชยา

———————————————————————————————-

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

โลกก้าวหน้า แต่ทำไมยังปล่อยคาร์บอน สูงหลายเท่า!!!

. บ้างคนบอกว่าเป็นไม่ได้  แต่เรามาดูกราฟกันก่อนว่า ทำไม?

บทสรุปเจากข้อมูลนี้  เพราะโลกนี้บริโภคแหล่งพลังาน  ที่สูงนั้นเอง  และบทความนนี้ยังผูกผันไปถึง การวิจัยเรื่อง พลังงาน ต่ำมากๆ ด้วย

ข้อมูล จาก http://www.gatesnotes.com/Energy/Energy-Miracles?WT.mc_id=06_27_2014_energy_tw&WT.tsrc=Twitter

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

วิธีการ การสํารวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม

การสํารวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม

การสำรวจแหล่งปิโตรเลียม
การสํารวจหาปิโตรเลียมเริ่มต้นด้วยการสํารวจทางธรณีวิทยาโดยอาศัย ภาพถ่ายทางอากาศ หรือภาพถ่ายจากดาวเทียม ช่วยให้คาดคะเนโครงสร้างของชั้นหินใต้พื้นดินได้ อย่างคร่าว

จากนั้นจึงทําการสํารวจในขั้นรายละเอียด โดยนักธรณีวิทยาจะออกสํารวจดูหิน ที่โผล่พ้นพื้นดิน ตามหน้าผา หรือริมแม่น้ำลําธาร เพื่อให้เข้าใจลักษณะทางธรณีวิทยาของ ชั้นหินที่อยู่ลึกลงไปหลายกิโลเมตร

ข้อมูลจากการสํารวจทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในแผนที่ทางธรณีวิทยาแต่ทั้งหมดนี้ จะต้องได้รับการยืนยันให้แน่นอนโดยการสํารวจทางธรณีฟิสิกส์อีกชั้นหนึ่ง
การสํารวจทางธรณีฟิสิกส์ มีหลายวิธี ที่นิยมกันมากมี 2 วิธี คือ
1. การวัดค่าความไหวสะเทือน (Seismic Survey)
ทําได้โดยการจุดระเบิดใต้พื้นดิน ให้เกิดคลื่นความไหวสะเทือนวิ่งลงไปกระทบชั้นหิน ใต้พื้นดินแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาเข้าเครื่องรับสัญญาณ ระยะเวลาของคลื่นที่สะท้อนกลับขึ้นมา จากชั้นหินต่าง ๆ จะถูกนํามาคํานวณหาความหนาและตำแหน่งของชั้นหินที่เป็นตัวสะท้อน คลื่นได้ สําหรับในบางพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่ายอาจใช้รถสํารวจทางธรณีฟิสิกส์ซึ่งมีแป้นตรงกลาง ใต้ท้องรถทําหน้าที่กระแทกพื้นดินเป็นจังหวะ ๆ ให้เกิดคลื่นความสั่นสะเทือนและมี เครื่องรับสัญญาณคลื่นสะท้อนกลับจากพื้นดิน เพื่อนําไปแปลผลต่อไป
1. การวัดค่าความไหวสะเทือน 2 มิติ (2D Seismic Survey)
(การแปลผล)

2. การวัดค่าความไหวสะเทือน 3 มิติ (3D Seismic Survey)
(การแปลผล)


2. การวัดค่าความเข้มสนามแม่เหล็ก (Electromagnetic Survey)
ใช้หลักการว่าหินต่างชนิดกันจะมีความสามารถในการดูดซึมแม่เหล็กต่างกัน การเจาะสํารวจ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสํารวจหาปิโตรเลียม เพื่อให้แน่ใจว่ามี ปิโตรเลียมสะสมตัวอยู่หรือไม่

1. แท่นเจาะ (Drilling Rig)

ความยากง่ายของกระบวนการเจาะจะเป็นตัวกําหนดระดับของความซับซ้อนในองค์ประกอบของแท่นเจาะเอง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแท่นเจาะจะมีอยู่มากมายหลากหลายประเภท แต่ส่วนประกอบพื้นฐานของแท่นเจาะทั้งหลายนั้นก็คล้ายคลึงกัน
แท่นเจาะโดยทั่วไปจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

บนบก (Onshore)
ในทะเล (Offshore) ได้แก่ Barge, Jack-up, Fix Platform, Semi-Submersible, Drill Ship
แท่นเจาะบนบกโดยรวมแล้วจะไม่ต่างกัน แต่สําหรับแท่นเจาะในทะเลนั้น จะแตกต่างกันตามความเหมาะสมในการใช้งานกับสภาพแวดล้อมทาง ทะเลที่ต่างกันไป

2. เครื่องขุดเจาะ (Drill String)

เพื่อการสํารวจปิโตรเลียมทั้งบนบกและในทะเลนั้นคล้ายคลึงกัน คือมีลักษณะ ที่เป็นสว่านหมุน โดยมีส่วนประกอบที่สําคัญ ได้แก่

หัวเจาะ ทําด้วยโลหะแข็ง มีฟันคม ซึ่งเมื่อถูกหมุนด้วยแรงหมุน และแรงกดที่มากมหาศาลฟันคมของมันจะตัดหินและดินที่ขวางหน้าให้ขาดสะบั้นเป็น เศษเล็กเศษน้อย ทําให้ก้านเจาะสามารถทะลวงลงใต้ดินให้ลึกยิ่ง ๆ ขึ้น
ก้านเจาะ เป็นท่อนตรงกลางซึ่งยาวท่อนละประมาณ 10 เมตร และเพื่อจะเจาะให้ได้ลึกตามต้องการจึงจะต้องนําก้านเจาะแต่ละท่อนมาขันเกลียวต่อกัน ให้ยาวขึ้น

3. น้ำโคลน (Drilling Mud)

ประกอบด้วย น้ำธรรมดา สารเคมี และแร่บางชนิดซึ่งผสมกันจนมีน้ำหนัก และความหนืดข้นตามต้องการ เมือน้ำโคลนถูกส่งลงไปในหลุมผ่านช่องว่างในก้านเจาะ ความหนืดข้นของน้ำโคลนจะยึดเหนี่ยวเศษดินหินให้ลอยแขวนอยู่ได้ ก่อนที่จะถูกดันขึ้นมา พร้อมกันยังปากหลุมอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านช่องว่างระหว่างก้านเจาะกับผนังหลุม น้ำโคลนนอกจากใช้ลําเลียงเศษดินหินขึ้นมาแล้ว ยังทําหน้าที่เป็นวัสดุหล่อลื่นให้แก่หัวเจาะ และความหนักของมันยังช่วยต้านแรงดันจากชั้นหินในหลุมได้ด้วย

4. การหยั่งธรณีหลุมเจาะ (Well Logging)

คือการทดสอบว่าชั้นหินต่าง ๆ ที่เราเจาะผ่านไปนั้นมีปิโตรเลียมแทรกเก็บอยู่หรือไม่ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การใช้เครื่องมือหยั่งธรณีหย่อนลงไปในหลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือไฟฟ้า เครื่องรับส่งกัมมันตภาพรังสี และคลื่นเสียง เพื่อวัดค่าคุณสมบัติของชั้นหิน และสิ่งที่อยู่ภายใน ช่องว่างของชั้นหิน

อีกวิธีหนึ่งคือการเก็บตัวอย่างจากหลุมเจาะมาพิสูจน์ปิโตรเลียมหรือสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะตัวคือติดไฟได้

5. การป้องกันหลุมเจาะพัง (Casing)

เครื่องมือสําคัญที่ใช้ป้องกันอุบัติเหตุจากแรงดันใต้หลุมประกอบด้วยวาล์ว และท่อ หลายตอน ซึ่งจะปิดปากหลุมอย่างหนาแน่นเพื่อต้านแรงดันที่อาจพุ่งขึ้นมา ทําให้เกิดการระเบิด (Blow-out) และไฟลุกไหม้เป็นอันตรายได้ เมื่อเจาะหลุมลึกพอสมควรแล้ว ยังต้องมีมาตรการ ป้องกันหลุมถล่ม ซึ่งทําได้โดยการส่งท่อกรุลงไปตามความลึกของหลุมแล้วลงซีเมนต์ยึดท่อ กรุเหล็กติดกับผนังหลุมอีกทีหนึ่ง

การพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม
จากผลการเจาะสุ่ม ถ้าพบร่องรอยปิโตรเลียมที่หลุมใดก็จะเจาะหลุมเพิ่มเติมในบริเวณนั้นอีกจํานวนหนึ่ง เพื่อหา ขอบเขตความกว้างยาวของแหล่ง และปริมาณปิโตรเลียมที่น่าจะกักเก็บอยู่ในแหล่งนั้น ก่อนที่จะเจาะหลุมทดลองผลิตต่อไป

การเจาะหลุมทดลองผลิตก็เพื่อคํานวณหาปริมาณน้ำมันที่คาดว่าจะผลิตได้ในแต่ละวัน และปริมาณน้ำมันสํารองว่าจะมีมากพอในเชิงพาณิชย์หรือไม่ กล่าวคือ จะได้ผลคุ้มกับ การลงทุนผลิตหรือไม่

ตามปกติปิโตรเลียมหรือน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สะสมตัวลึกลงไปใต้ผิวโลกจะมีค่าความดันสูงกว่าบรรยากาศอยู่แล้ว การนําน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากพื้นดินขึ้นมา จึงอาศัยแรงดันธรรมชาติดังกล่าว โดยให้มีการควบคุมการไหลที่เหมาะสม

จากปากหลุมปิโตรเลียมจะไหลผ่านท่อไปยังเครื่องแยกและตอนนี้เองน้ำและเม็ดหินดินทรายที่เจือปนจะถูกแยกออกไปก่อนจากนั้นปิโตรเลียมจะถูกส่งผ่านท่อรวมไปยัง สถานี ใหญ่เพื่อแยกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติออกจากกันในการแยกขั้นสุดท้ายจะมีก๊าซ เจือปนส่วนน้อยที่ต้องเผาทิ้งเพราะคุณสมบัติของมันไม่ตรงกับก๊าซส่วนใหญ่ที่จะทําการ ซื้อขาย

ที่มา ข้อมูล http://www.dmf.go.th/dmfweb/index.php?option=com_content&view=article&catid=36%3A2009-10-27-12-26-55&id=180%3A2009-11-01-07-58-57&Itemid=92&lang=th

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ไดนาโมผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร พื้นฐานการทำกังหันลมผลิตไฟฟ้า

ไดนาโม ไฟฟ้าที่เราใช้กันทั่วไปตามบ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ หรือกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการประกอบกิจการต่าง ๆนั้น ทั้งหมดเป็นกระแสไฟฟ้าที่ผลิตด้วยไดนาโม ส่วนประกอบหลักๆ หรือส่วนที่สำคัญของเจ้า ไดนาโมนี้ไม่มีอะไรมากหรือไม่ซับซ้อนเลยครับ มันประกอบด้วย

  1. แม่เหล็ก ไว้สำหรับทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก
  2. ขดลวด ซึ่งต้องเป็นขดลวดที่มีฉนวนหุ้มหรือเคลือบด้วยฉนวน
  3. พวกส่วนประกอบย่อยๆ คือ แปรง, แหวน เป็นต้น

การเกิดกระแสไฟฟ้านั้นก็คือเกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำนั่นเอง

ไดนาโม

ไดนาโม ทำหน้าที่ เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงาน ไฟฟ้า คือเราต้องใส่พลังงานกลหรือแรงหมุนให้แก่ไดนาโมก่อน แล้วไดนาโมจะเปลี่ยนแรงนั้นเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งไดนาโมจะทำงานตรงกันข้ามกับมอร์เตอร์ คือมอร์เตอร์ จะทำหน้าที่ เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ซึ่งมอเตอร์ทำงานโดยเราต้องใส่พลังงานไฟฟ้าเข้าในมอเตอร์ก่อน แล้วมันจะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้านั้นเป็นพลังงานกล ก็คืิอเกิดแรงหมุนเพื่อนำไปทำงานต่างๆ

มอเตอร์ คือ เครื่องกลที่ใช้สำหรับเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า ออกมาเป็นพลังงานกล

ส่วนประกอบที่สำคัญของมอเตอร์

  1. ขั้วแม่เหล็ก N และ S ซึ่งทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็ก ในมอเตอร์ ขั้วแม่เหล็ก อาจเป็น แม่เหล็กถาวร หรืออาจทำจากแม่เหล็กไฟฟ้าก็ได้ ในมอเตอร์ เรียกขั้วแม่เหล็ก N และ S นี้ว่า สเตเตอร์ (Stator)
  2. ขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature) ซึ่งหมุนได้รอบตัว เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไป ใน ขดลวดอาร์เมเจอร์ ที่วางอยู่ในสนามแม่เหล็ก จะทำให้เกิดแรงกระทำต่อขดลวด แล้วเกิดโมเมนต์คู่ควบ หมุนขดลวดอาร์เมเจอร์
  3. วงแหวนผ่าซีก หรือ Commutator เป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่จะทำให้กระแสที่ไหล ผ่านขดลวดอาร์เมเจอร์ ไหลในทิศที่ทำให้เกิดโมเมนต์คู่ควบ หมุนขดลวดอาร์เมเจอร์ในทิศเดียวกันตลอดเวลา
  4. แปรงคาร์บอน ทำหน้าที่สัมผัสเบาๆ กับ Commutator โดยที่แปรงทั้งสองอยู่กับที่ และ ใช้สำหรับต่อกับวงจรไฟฟ้า

ลักษณะของมอเตอร์

ลักษณะของมอเตอร์นั้น คล้ายไดนาโม แต่มีส่วนที่สำคัญคือ แหวนครึ่งซีก เพื่อทำหน้าที่ บังคับให้กระแสวิ่งอยู่ทางเดียว ถ้าไม่มีแหวนครึ่งซีกแล้ว ขดลวดจะพลิกกลับไปมา เริ่มแรก ลวดด้าน AB อยู่ติดกับแหวน E ลวดด้าน CD อยู่ติดกับแหวน F ตามรูป กระแสเข้าตามทิศทาง EAB (เข้าไปข้างใน) และกระแสออก ทางด้าน CDF (ออกมาข้างนอก) พอให้กระแสเข้าขดลวด เริ่มหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา สมมติลวดหมุนได้ครึ่งรอบ จะ เห็นว่าลวด CD มาแทน AB และ AB มาแทน CD จังหวะนี้ ลวด AB จะได้กระแสตามทิศ CDF, ลวด CD จะได้กระแสทิศ EAB ทำให้ขดลวดนี้ สามารถ หมุนไปได้ทางเดียวเรื่อยๆ ถ้าหากไม่มีแหวนครึ่งซีก คือเป็นแหวน 2 วง กระแสไม่มีถูกตัดช่วง ลวดแต่ละฝ่าย จะได้รับกระแสทางเดียวตลอด ทำให้ขดลวดพลิกกลับไป กลับมา

ขอบคุณที่มา http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=51246

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

พลังงานฟรี กับ Chas campbell

ต้นฉบับ ที่มีการทดลอง การผลิตพลังงานที่ได้มาฟรี  ระหว่าง มอเตอร์ และ เจนเนอร์เตอร์  ทั้งขับตรงตรง และ ผ่านระบบ ทดรอบ   แถมด้วยระบบฟลายวิลล์  ซึ่งป้อนให้ไฟฟ้าไปมาระหว่างกัน   มีผู้คนมากมาย นำมาเป็นต้นแบบ และ พยายามทดลองทำ  และเผยแพร่ให้ดูผ่านเว็บ youtube    จำนวนมาก    บางคนก็บอกว่า เป็นไปไม่ได้   บางคนก็ทำได้   เป็นเรื่องเราถกเถียงกัน
แล้วเราจะเชื่อใคร.    . เพราะเราไม่ได้ลองทำเอง ..     ถ้าเช่นนั้น  ต้องทดลอง.  ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้  ถ้ายังไม่ได้ลอง มากกว่า 1000 ครั้ง

เพราะถ้าคุณ ทำได้  คุณ ก็ใช้ไฟฟ้า  ฟรี.ๆ   สำหรับบ้านหนึ่งหลัง  ระดับ  Home Power Station หรือแม้แต่ในรถยนต์ไฟฟ้า ก็ย่อมได้.

พระเจ้าจอร์ท มันยอด จริงจริ้งๆ    ไม่ต้องซื้อแหล่งต้นทุนพลังงาน   ไม่ต้องขุด ไม่ต้องเจาะ   ไม่ต้องเผา    ;-)    เห็นไม  คุณ มีได้ กับ ได้ ++ .. .  ทดลองกันหรือ ยัง.!!   เริ่มกันเลย…

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

โลกยุคใหม่ในเมือง คนใช้พลังงานมากขึ้น

กิจวัตรประจำวัน ของคนรุ่นยุค Gen Y  ทำให้โลกร้อนขึ้น เพราะอันเนื่องใช้พลังงานมากขึ้น  เป็นเพราะอะไรอย่างไรมาดูกัน  ?  ถ้าใครๆ เป็นคนสังเกต ในระหว่างการเดินทาง หรือ ติดต่อผู้คน   ทั้งที่ทำงาน  ในบริเวณสาธารนะ  บนรถโดยสารประจำทางต่างๆ  บนรถไฟฟ้า และอื่นๆ      ผู้คนหันมาสื่อสารด้วยการสื่อสารเทคโนโลยี่ใหม่ๆของโทรศัพย์ ที่มีการการเชื่อมต่อินเตอร์เน็ต ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง.

โทรศัพย์รุ่นให่มที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน.  การเข้าถึงการสื่อสาร  และการรับข้อมูล ข่าวสาร ได้อย่างเร็ว  ผ่านระบบเครือ่ข่ายยุคใหม่.   คุณสมบัติของ สมาร์ทโฟน. ก็คือ  คือมีหน้าจอที่ละเอียด .และการ ประมวลผลรวดเร็ว      แต่ทางกลับกัน พบว่า ภายในหนึ่งวัน มีการใช้พลังงานมาก จนต้องมีแบตเตอร์ที่สำรองพกติดตัวกันทุกคน และต้องมีการชาร์ทพลังงานให้กับ สมาร์ทโฟน. อย่างน้อย  2 ครั้งต่อวัน        เทียบกับโทรศัพย์รุ่นเก่า 2-3 วัน..ถึงจะมีการชาร์ทอีกครั้ง.

สมาร์ทโฟนที่รองรับ 3G-4G สำหรับการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี่ใหม่

จำนวนประชากรในประเทศไทยมีประมาณ 65 ล้าน    มีการสำรวจ  2013   ยอดผู้ใช้โทรศัพย์งานรวมทั้งสิ้น 81.89 ล้านราย  สมมุติว่า เมื่อมีการชาร์ท  พร้อมกัน 1 ล้านเครื่องล่ะๆ  5 วัตต์  ก็คือ  5  เมกะวัตต์-ชั่วโมง เทียบกับโรงไฟฟ้าโซลารฟาร์มขนาด 1 เมะกะวัตต์  5 โรง

จากสิ่งเล็กๆน้อย นี้ล่ะทำให้  ประเทศจนได้  เพราะถ้าเราไม่สามารถเพิ่งพาตัวเองได้ในเรื่องของแหล่งพลังงาน..

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

แหล่งเก็บพลังงาน (Storated Energy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับฟาร์มโซลาร์เซลล์

ทำไมเราถึงละเลย  เรื่องการเก็บพลังงานแหล่งผลิตไฟฟ้า ขนาดใหญ่.  ???   โดยไม่มีใครพูดถึง      ถึงแม้เทคโนโลยี่ การผลิตไฟฟ้า จากพลังงานทดแทน ที่สามารถนำกลับมาใช้อย่างไม่วันหมด  จะถูกพัฒนา ก้าวไปอย่างรวดเร็ว  ไม่ว่าจะเป็นกังหันลมที่มี ขนาดใหญ่และผลิตได้มากขึ้น  แผงโซลาร์เซลล์มีขนาดเล็กลงแต่ให้กำลังวัตต์สูงขึ้น

แต่…  ในเรื่องของการเก็บพลังงานไฟฟ้า  ไม่มีการพัฒนา  มากที่ควรจะเป็น    นี้เป็นหัวข้อ หนึ่งที่เราให้ความสนใจ.   เพราะ การเก็บพลังงานไฟฟ้า โดยทัั่วๆไป และ ใช้กันอย่างมาก   นั้นก็คือ  แบตเตอร์รี่    ตั้งแต่การเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก    จนไปถึงขนาดใหญ่  โดยมีความหลากหลายของชนิดแบตเตอร์รี่  ซึ่งการใช้งานก็ต่างกันไปตามความเหมาะสม.

แต่ในที่นี้จะพูดถึง การเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับ ฟาร์มโซลาร์เซลล์??  หรืออาจจะเป็น   โซลาร์รูฟท็อบ
คำถามต่อ แล้วจะมีไปทำไม?  เพื่ออะไร??  และไม่ต้องเสียเงินสำหรับส่วนนี้เพิ่ม     ในเมื่อแหล่งผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ต่อ เข้ากับ Grid tie Inverter  เพื่อการส่งไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว..     แน่นอน !!  ครับ  ไม่มีใครคิดเช่นนั้น

แต่เดียวก่อน   การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อการเชื่อมต่อกับ Grid tie Inverter  จะต้องมีการคำนวนค่ากำลังวัตต์สูงสุด ที่ไม่เกินขนาดกำลังของ Grid tie Inverter   เช่น   ยี่ห้อ Growatt 5000 MTL   จะรับกำลังค่ากำลังวัตต์สูงสุดจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ต่อกันในระบบ   ถ้าเลือกแผงขนาด 300 วัตต์   ก็นำมาคำนวนดังนี้ 5000/300  ก็คือ  16.6 หรือ 17  แผง    ( คิดคร่าวๆ  ยังไม่คิดค่าสุญเสีย แผง และ สายไฟ  จากอุปกรณ์ต่างๆ )

ขั้นตอนต่อมาคือ  ช่วงระดับโวลล์ ที่  Growatt 5000 MTL   รองรับในการนำไฟฟ้าเข้าระบบ  นั้นก็คือ  250-550 DCโวลล์    หมายความว่า นำแผง  17  แผงทั้งหมดมาต่อกันให้ได้ช่วงระดับโวลล์   250-550 โวลล์  เพื่อนำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์  เข้าสู่สายส่งไฟฟ้าเครือข่ายของการไฟฟ้า

ช่วงระดับโวลล์ เกิดจากอะไร??
1.  วิธีการเชื่อมต่อ       แบบขนาน  ( เพิ่มกระแส )  หรือ  อนุกรม  ( เพิ่มโวลล์ )

2.  ค่าเฉลี่ยความเข้มแสง ที่ตกกระทบบนแผง       จากศึกษาเอกสารวิจัยศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทยค่าความเข้มเฉลี่ย คิดเป็นค่าเฉลี่ยความเข้มแสง   18-19  เมกะจูลต่อปี     โดยมีระยะการรับแสงยาวนาน    4 ชั่วโมงต่อวัน หรือ อาจจะต่ำกว่าขึ้นอยู่กับฤดูกาล

จากการค้นคว้าจากเอกสารจากเรา  ยังไม่พบงานวิจัยที่เกียวข้องกับการผลิตไฟฟ้าด้วยแผงโซลาร์เซลล์   กับ ช่วงโวลล์ ที่เหมาะสมกับประเทศไทย..  ประเด็นที่กล่าวมา  ถ้าไฟฟ้าที่ถูกผลิตจากแผงโซลาร์เซลล์  ไม่ถึงช่วง  <  250 โวลล์   นั้นหมายถึงว่า % ของ ไฟฟ้าเหล่านี้ ไม่ได้เข้าระบบ  จะทำอย่างไร    ????

เราจะทิ้งภาพไว้ให้คิดว่า แหล่งเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ของ ฟาร์มโซลาร์เซลล์ หรือ  โซลาร์รูฟท็อบควรจะถูกพัฒนาได้อย่างไร?? เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการจัดเก็บ และการแจกจ่ายพลังงาน

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ขับเคลื่อน ระบบ logistic ด้วยระบบไฟฟ้า

แหล่งพลังงานไฟฟ้า ที่บริสุทธิ์ และไม่มีต้นทาง แหล่งเชื้อเพลิง นั้น ก็ คือ  กังหันลมผลิตไฟฟ้า และ   โซลารฟาร์ม   คนโดยทั่วไปมองแค่การไฟฟ้า ให้กับรัฐบาลบ้าน เท่านั้น    แต่วันนี้ เรามองต่างมุม   คือ ทำไมต้องขายเท่านั้น ถึงจะคุ้มทุน.
โมเดล application นี้ทางธุระกิจ เราคิดว่าเป็นไปได้ นั้นก็ คือ  ทำโรงไฟฟ้า สำหรับ การขับเคลื่อน ระบบ logistic ด้วยระบบไฟฟ้า  ด้วย การจัดตั้งฟาร์มแหล่งผลิตพลังงาน  ตามสายถนนสำคัญ   โดย องค์ประกอบหลักดังนี้

1. ฟาร์มผลิตพลังงาน จาก  กังหันลมผลิตไฟฟ้า และ   โซลารฟาร์ม
2.  สถานี เปลี่ยน ชาร์ท  และ บริการเปลี่ยน แบตเตอรี่   ( ในระยะ  200-300  กิโลเมตร )
3.  รถขนส่ง ประเภทต่างๆ ด้วยระบบไฟฟ้า

แน่นอน บ้านเรายังไม่มีใคร .. ทำ    เพราะเป็นเรื่อง ใหม่   และถ้ามีนายทุนทำ  ก็ถือว่า  สุดยอด..  คนแรก..

สถานีชาร์ท และเปลี่ยนแบตเตอรรี่

สำหรับรถขนส่งผู้คน

สำหรับขนส่งสินค้าอุปโถคบริโภค

สำหรับรถบรรทุกสินค้าทางอุสหกรรมและเกษตร

ระบบขนส่งรพไฟฟ้า สำหรับระหว่างหัวมืองต่างๆ

ขอบคุณ ภาพ รถไฟฟ้า สำหรับงานหนัก  www.smithelectric.com/

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed