ใบกังหันลม แนวนอน แบบผลิตไฟฟ้า ต้องเป็นแบบไหน มีกี่ใบ

การสร้างกังหันลม ยังมีความเข้าใจผิดๆ กันอยู่มาก 90% เรื่อง ของใบกังหันลม ความเข้าใจผิดนั้นมีเพียง 2 ประเด็นใหญ่ๆ

1. จำนวนใบ
2.รูปแบบ หรือ รูปทรง ของใบ

การเข้าใจสิ่งแรกต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อน ที่จะทำกังหันลมเพราะว่า หลักสำคัญการทำก็อยู่ ทีใบกังหันลม นั้นเป้นตัวสร้างแรงกระทำ เพื่อไปหมุนให้ เกิดไฟฟ้าได้

ประเด็นแรก คือ  จำนวนใบ
1. จำนวนใบยิ่งมาก ยิ่งกำลัง ( กำลัง หมายถึง แรงที่ สามารถชนะแรงต้านได้) เยอะ เพราะว่า พื้นที่ของ จำนวนใบนั้นเยอะขึ้น  แต่ว่าจะความเร็วของกังหันจะลดลง หมายความว่า กังหันมีแรง แต่ไม่เร็ว
การออกแบบกังหัน แบบ หลายๆ ใบ จึงเหมาะกับ การสูบน้ำ หรือ เครื่องที่ต้องการแรง อย่างมาก ไม่ต้องใช้ความเร็ว

ประเด็นที่สอง
2.รูปแบบ หรือ รุปทรง ของใบ  ถ้ารูปทาง เป็นแบบ เสมอกัน ตั้งแต่ โคนใบ ถึง ปลายใบ  นั้นหมายถึงว่า การออกแบบ นั้น  ต้องการพื้นทีรับลมมาก   หรือ ที่ปลาย ใบ ใหญ่กว่า ถึง โคนใบ   นี้คือต้น แห่งความแรง   แต่ถ้าลมมาเร็ว ระดับหนึ่ง จะเกิดเสียงดังที่ใบ แต่ถ้าลม เอื่อยๆ เรื่อยๆ  จะดูสวยงาม   เหมาะสำหรับ งานทางการเกษตร แน่นอน..

แล้วการออกแบบกังหันลม ผลิตไฟฟ้า ล่ะเป้นแบบๆไหน
1.จำนวนใบ ไม่เกิน  3 ใบ  หรือ 4 ใบ  เพระาว่า อะไร   กังหันลมผลิตไฟฟ้า นั้นต้องการความเร็ว ในการหมุนตัดกับขดลวด เพราะยิ่งเร็ว ยิ่งไฟฟ้าได้เยอะ  แต่การสร้างความเร็วต้องต้อง สัมพันธ์กับ การออกแบบ ตัวการผลิตไฟฟ้าด้วย   ประสิทธ์ภาพสูงถึง 47%

​​​กรณี  มี   1  ใบจะสร้างความเร็วมากที่สุด.. แต่การออกตัวของกังหันลมนั้น จะยาก และ เกิดการสะบัด ของตัวกังหันลมมาก เวลาออกตัว
กรณี  มี   2  ใบจะสร้างความเร็วรองกว่า 1 ใบ.. แต่การออกตัวของกังหันลมนั้น ง่ายกว่า แต่ก็ยัง เกิดการสะบัด เวลาออกตัวของตัวกังหันลมเช่นกัน
กรณี  มี   3  ใบจะสร้างความเร็วรองกว่า 2 ใบ.. แต่การออกตัวของกังหันลมนั้น ง่าย  แต่ การสะบัดนั้นไม่มี  เพราะว่าการสมดุล

กังหันลม ทั่วโลก มักจะผลิตแบบ 3  ใบแนวนอน  เพระว่าเหุตผล จากข้างบน และอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาคิด นั้นคือ การทำกังหันลมขนาดใหญ่แล้ว ไม่ทำให้ กังหันลมเสียหาย เวลาทำงาน  รวมถึงการซ่อมบำรุงตัวใบกังหันลมด้วย

2.รูปแบบ หรือ รูปทรง   โคนใบจะใหญ่ กว่า ปลายใบ เพราะว่า  ตามข้อแรกคือ ต้องการความเร็ว   การออกแบบ แบบนี้เพราะต้องการ ถ่ายเท ลมที่มาปะทะ ให้เร็วที่สุด ณ เวลาการหมุนที่ปลายใบ จากจุดหนึ่ง ไปยังจุดหนึ่ง ที่ว่า  TSR (Tip Speed Ratio)  ตัวเลขเยอะๆ จะเร็ว และจะมีเสียงดังตามมาด้วย ถ้ามีลมเร็วมากๆ  เนื่องจาก ส่วนปลายไป กระทบกับลม หรือเรียกกว่า ตัดลม

ทีนี้ท่านก็รู้แล้วว่า การที่เขามีหลักการออกแบบใบเพื่อ ใช้ให้เหมาะสมแล้ว เพื่อต้องการสร้างประสิทธิภาพ หรือ Output อย่างมีคุณค่า   ไม่ได้แค่ทำให้หมุนได้เหมือน กังหัมลมก็พอ

คราวหน้า จะมาต่อกันด้วย ว่าการออกแบบ แบบมือฉมัง  สไตล์มาตราฐาน   NACA
ขอบคุณทุกท่านที่ รอคอยอ่าน
เขียนโดย ทีมงานไทยวินด์มิลล์

This entry was posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green). Bookmark the permalink.

Comments are closed.