โคกขาม : บ้านของนกชายเลน (กังหันลมวิดน้ำ นาเกลือ)

salt02

ระยะต้นฤดูหนาวเช่นนี้ เป็นเวลาที่ชาวบ้านโคกขามต่างสาละวนกับภาระหน้าที่บนผืนดินของตน พวกเขาพากันเร่งมือเพื่อปรับสภาพพื้นที่ให้อำนวยต่อการทำนาเกลือ และในช่วงเวลาเดียวกันแปลงนาสี่เหลี่ยมที่ทอดตัวต่อเนื่องดุจตารางหมากรุกก็ เริ่มมีชีวิตชีวากว่าหลายเดือนก่อน

เมื่อนกชายเลนนับพันนับหมื่นตัวเดินทางมาถึงอ่าวไทยตอนใน และผืนนาเกลือที่เหลืออยู่ที่โคกขามยังคงเป็นความหวังในการพักพิงของนกเหล่า นี้

bird03

ทุกปีนับจากกลางฤดูฝนเป็นต้นไป  เป็นช่วงเวลาที่นกชายเลนนานาชนิดพากันบินย้ายถิ่นจากตอนเหนือของทวีปเอเชีย มาถึงประเทศไทย นกเหล่านี้พากันบินหลบหนีความหนาวเย็นลงมาพึ่งพิงความอบอุ่นของภูมิภาคตอน ใต้ จนกระทั่งฤดูหนาวผ่านพ้นไป นกจึงทยอยบินกลับไปจับคู่ผสมพันธุ์และสร้างรังวางไข่ทางถิ่นอาศัยตอนเหนือใน ช่วงที่อากาศพอเหมาะและมีอาหารสมบูรณ์อีกครั้ง จนเมื่อเลี้ยงลูกจนโต อันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ความหนาวเย็นมาเยือน ฝูงนกนักเดินทางจะพากันบินกลับลงใต้อีกครั้ง

ในการบินย้ายถิ่นลงใต้ นกต้องใช้เวลารอนแรมนานนับเดือน บินเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร ดังนั้นพวกมันจำเป็นต้องเลือกเส้นทางบินที่มีอาหารสมบูรณ์ให้แวะลงหากินตลอด การเดินทาง เส้นทางบินของนกจึงจำเป็นต้องผ่านไปตามแนวชายฝั่งทะเลและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแวะเติมพลังงานและพักผ่อนตามจุดต่างๆ จนกว่าจะถึงที่หมายทางตอนใต้

หากพิจารณาจากแผนที่ จะเห็นว่าฝูงนกชายเลนต้องอาศัยบินเลียบชายฝั่งของผืนแผ่นดินใหญ่ นั่นหมายถึงแนวชายฝั่งของประเทศไทยมีความสำคัญต่อนกชายเลนจำนวนมากที่บิน ย้ายถิ่นลงมา เพราะตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของเส้นทางบินจากแหล่งขยายพันธุ์ในไซบีเรียกับ ปลายทางที่อินโดนีเซียหรือไกลถึงออสเตรเลีย โดยเฉพาะแนวชายฝั่งอ่าวไทยตอนในนับเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญต่อนกชายเลนมากที่ สุด

—————————————————–

bird01

ชายฝั่งของตำบลโคกขามในเขตจังหวัดสมุทรสาครนับเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของ อ่าวไทยตอนใน ชาวบ้านที่อาศัยตามชายฝั่งแถบนี้ยังยึดอาชีพทำนาเกลือ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่งเป็นหลัก ดังนั้นโคกขามจึงเป็นแหล่งอาศัยสำคัญมากแห่งหนึ่งของนกชายเลน

ราวเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป นับจากหาดเลนชายฝั่ง เรื่อยเข้ามาตามบ่อเลี้ยงกุ้งและนาเกลือที่โคกขามจะคลาคล่ำไปด้วยฝูงนกชาย เลนนานาชนิดที่สาละวนกับการหากินอยู่บนพื้นเลน ขณะที่นกตัวใหญ่ที่มีขายาวอย่างนกอีก๋อย (curlew) และนกปากแอ่น (godwit) เที่ยวเดินลุยน้ำหากินได้สะดวกตามบริเวณชายฝั่งหรือบ่อเลี้ยงกุ้งที่มีน้ำ ลึก พวกนกตัวเล็กๆ ที่มีขาสั้นอย่างนกหัวโต (plover) และนกสติ๊นท์ (stint) ต้องเลือกอยู่ตามบริเวณที่มีพื้นดินแฉะๆ เพื่อช่วยให้เดินหากินได้สะดวก ไม่ต้องจมลงไปในเลนหรือน้ำลึก

แน่นอน! นาเกลือย่อมเป็นแหล่งหากินที่นกชายเลนขนาดเล็กชื่นชอบมากกว่าชายฝั่งหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

“การทำนาเกลือแบบพื้นบ้านจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายแปลง ใช้เป็นที่เก็บกักน้ำและให้เกลือตกผลึก เริ่มจากชักน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้ในนาตากน้ำ ก่อนปล่อยออกสู่นาเชื้อเพื่อกักน้ำไว้จนเกลือพร้อมจะตกผลึกจึงไขน้ำเข้าสู่ นาแปลงสุดท้ายที่เรียกว่า นาปลง ที่ปรับพื้นนาให้แน่นและเรียบสำหรับให้เกลือตกผลึก น้ำในนาปลงจึงเค็มจัดจนไม่มีสัตว์อาศัยอยู่ได้ ต่างจากนาตากน้ำและนาเชื้อที่เต็มไปด้วยสัตว์เล็กๆ ตามหน้าดินที่เป็นอาหารโปรดของนกชายเลน” คุณศักดิ์ชัย เนตรล้อมวงศ์หรือพี่สันต์ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขามให้ข้อมูลของนาเกลือที่เอื้อประโยชน์ต่อนก ตัวเล็กๆ

bird02

“ทุกปีจึงพบนกชายเลนตัวเล็กๆ ตามนาเกลือที่โคกขามเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนกที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างนกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) นกชนิดนี้เป็นนกชายเลนที่หายากที่สุดชนิดหนึ่ง ตามข้อมูลบอกว่าเหลืออยู่ไม่เกิน 1,000 คู่เท่านั้น แต่ก็สามารถพบในนาเกลือที่โคกขามได้ทุกปี จนทำให้บ้านเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พอนกชายเลนปากช้อนมาถึงในช่วงปลายเดือนตุลาคม นักดูนกต่างประเทศก็เริ่มมาดูในช่วงนั้นเรื่อยไป” พี่สันต์บอกถึงความสำคัญของนาเกลือที่โคกขามให้ทราบด้วยความภูมิใจ

—————————————————–

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายฝั่ง อ่าวไทยตอนในที่มาพร้อมกับกระแสการพัฒนา ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อวิถีพื้นถิ่นของชาวบ้านโคกขาม แต่ยังคุกคามต่อการดำรงชีวิตของนกชายเลนด้วย เริ่มจากการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ส่งผลกระทบต่อการหากินของนก พร้อมกับนำมลพิษมาสู่ระบบนิเวศชายฝั่ง จนชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นเดิม กระทั่งส่งผลถึงบทสรุปด้วยการขายที่ดินในที่สุด

นาเกลือโคกขามที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่หลายพันไร่ก็หนีไม่พ้นวัฎจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมด้วยเช่นกัน

salt04

“เริ่มแรกก็มีนากุ้งมาแทนที่ เพราะชาวบ้านเห็นรายได้ดีกว่า จึงขุดนาเพื่อเลี้ยงกุ้ง แต่พอขาดทุนจากกุ้งที่ราคาตกและปัญหาน้ำเสีย ก็ไม่มีใครหันกลับไปทำนาเกลืออีก ถ้าไม่หันไปเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างอื่น ก็ขายที่ทิ้งไป นาเกลือจึงเหลืออยู่เท่าที่เห็นนี่แหละ”

ผลของการลดลงของพื้นที่นาเกลือ ไม่เพียงฉายภาพเสื่อมสลายของอาชีพดั้งเดิมที่อยู่คู่กับชาวโคกขามมาตั้งแต่ ครั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้ามาจัดสรรที่ดินเพื่อทำนาเกลือให้แก่ชาวบ้าน ตั้งปี พ.ศ. 2481 แต่ยังนำความยากลำบากมาสู่การดำรงชีวิตของเหล่านกชายเลนขนาดเล็กอีกด้วย เมื่อต้องเผชิญกับการขาดแคลนแหล่งหากินและถิ่นอาศัย สิ่งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อจำนวนประชากรของนกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“กรณีการลดลงของนาเกลือซึ่งเป็นแหล่งหากินของนกชายเลนนี้ ชมรมฯ ก็พยายามแก้ไขปัญหา โดยมองว่า คนอยู่ได้ นกถึงจะอยู่ได้ ดังนั้นจึงต้องหาทางช่วยเหลือชาวบ้านก่อน เพื่อไม่ต้องหันไปทำอาชีพอื่น” พี่สันต์บอกให้ฟังถึงงานอีกชิ้นหนึ่งของชมรมฯ

salt03

“สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ ช่วยลดต้นทุนในการทำนา เดิมชาวบ้านเคยใช้กังหันลมช่วยในการวิดน้ำเข้านา แต่ภายหลังเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์หรือไฟฟ้าที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่เกลือกลับถูกลง พอจะหันไปพึ่งพาแรงลมอีกครั้ง เดี๋ยวนี้กังหันลมก็ตัวละหลายหมื่น ชาวบ้านไม่มีทุนพอ ชมรมฯ จึงได้ช่วยหาเงินมาสร้างกังหันให้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม ปีแรกนี้ก็ทำกังหันติดตั้งไว้สามตัว”

โครงการนำร่องในการช่วยเหลือชาวนาเกลือด้วย การติดตั้งกังหันลมเพื่อวิดน้ำเข้านาของชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขาม ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวบ้าน แต่ยังนำภาพและบรรยากาศเก่าๆ กลับมาสู่ชุมชนแถบนี้อีกครั้ง สำหรับปีต่อไป ชมรมฯ จึงมีแผนเพิ่มจำนวนกังหันลมให้มากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก อบต. โคกขามเช่นเดิม

————————————————

salt01

ทุกวันนี้ภาพของกังหันลมสีฟ้าอันใหญ่บนคันนาเกลือได้กลายเป็นสัญลักษณ์ สำคัญที่สื่อถึงการดำรงอยู่ของอาชีพพื้นถิ่นที่อยู่คู่กับโคกขามมาเกือบ 70 ปี

และตราบที่กังหันเหล่านี้ยังคงหมุนไปตามกระแสลมจากชายฝั่งอ่าวไทยตอนใน เราก็มั่นใจได้ว่า นกชายเลนตัวเล็กๆ ยังคงมีบ้านอันแสนสุขรออยู่เสมอที่โคกขาม…….

- See more at: http://www.sarakadee.com/blog/arungroj/2009/11/29/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99/

ที่มา http://www.sarakadee.com/blog/arungroj/2009/11/29/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99/

This entry was posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green). Bookmark the permalink.

Comments are closed.