เรื่องเล่าของ “มนุษย์กังหันลม” ชื่อ “บรรจง ขยันกิจ”

อ้างอิงจาก http://www.greenworld.or.th/greenworld/local/749

เรื่อง : สุเจน  กรรพฤทธิ์
ภาพ : บรรจง ขยันกิจ

ชายคนนี้ฝันมานานแล้วว่าจะเอาสายลมมาสร้างพลังงาน

จากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ – - เจ็ดปีผ่านไป

เขาเดินตามฝันด้วยการออกไปสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าให้ผู้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถ้าหากมีใครสักคนเกิดขยันนับปริมาณกระแสไฟฟ้าอันเกิดจากกังหันลมที่เขาสร้าง ตัวเลขไฟฟ้าอาจทะลุหลัก 1 กิกะวัตต์ไปนานแล้ว

. . .

ดั้งเดิม บรรจง ขยันกิจ คือนายช่างเทคนิค กองงานอาคารและสถานที่ มหาวิทยาลัยบูรพา

ด้วยความที่อยู่ใกล้ทะเล ช่วงพักเที่ยงเขาห่อปิ่นโตไปที่ชายหาด นั่งลงกินข้าว เหม่อมองสายลมไกวยอดมะพร้าว แล้วจู่ๆ ก็เกิดความคิดว่าท่ามกลางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าน่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อนำพลังงานที่อยู่ตรงหน้ามาใช้

เวลานั้น มันเป็นเพียงความคิด

กระทั่งสายวันหนึ่งในปี 2546 บรรจงพบกับกังหันลมตัวหนึ่งที่วัดป่าอัมพวันซึ่งทางวัดสร้างด้วยการใช้ สังกะสีทำใบพัด แต่มันเสียและใช้การไม่ได้มาตลอด  ความที่เคยเป็นช่าง เขาจึงอาสาซ่อมแซม โดยหลวงพ่อไปตามช่างที่พอมีความรู้เรื่องกังหันลมแบบเก่าอีก 2 คนมาช่วย จนแก้ไขกังหันของวัดให้ทำงานวิดน้ำ สูบน้ำได้ จนต่อมา หลวงพ่ออยากให้กังหันผลิตไฟฟ้า บรรจงจัดการเอาไดนาโมมาต่อแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

“เพราะไดนาโมแบบที่ผลิตในเมืองไทยหมุนเต็มที่ได้ 700 รอบต่อนาที แต่มันต้องหมุนให้ได้ 1,500 รอบต่อนาทีถึงผลิตไฟฟ้าได้”

บรรจงเลยไปซื้อตำราระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรีที่สอนสร้างไดนาโมมาอ่าน แล้วจัดการพันไดนาโมเองก่อนจะพบว่าหนังสือทั้งหมดสอนสร้างไดนาโมแบบเดิม

เขาหัวตื้อไปพักหนึ่ง แล้วลองหันไปศึกษาไดนาโมขนาดจิ๋วที่ติดอยู่กับล้อจักรยานแม่บ้าน ก่อนจะไปพบขุมทรัพย์บนไซเบอร์สเปซ

“ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานเล่มหนึ่งสะดุดคำว่า ‘Wind Power’ เลยโยนคำนี้ลงไปใน Google ผลออกมาเป็นแสนๆ เว็บ”

เขาทำในสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าบ้าคือนั่งศึกษาเว็บไซต์ไปทีละเว็บๆ เป็นเวลา 6 เดือน “จนรู้หมดว่าเว็บไหนลอกข้อมูลเว็บไหน  กระทั่งไปเจอเข้ากับเว็บฝรั่งชื่อ Huge Piggott นายคนนี้สอนสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าโดยใช้แม่เหล็กกับขดลวดหมุนตัดกันจนเกิด สนามแม่เหล็ก เปลี่ยนพลังงานกลจากลมเป็นกระแสไฟฟ้า ก็คิดว่าถ้าแบบนี้เราพอทำได้”

เขาจึงสั่งซื้อตำราของ Huge มา 2 เล่ม แล้วลงมือสร้างกังหันลมตามวิธีการของอย่างในหนังสือ  ฝึกพันขดลวด หล่อเรซิน วางขั้วแม่เหล็ก เหลาใบพัด  จนผ่านไป 3 เดือนกังหันลมตัวแรกที่สามารถผลิตไฟฟ้าให้กับวัดป่าอัมพวันก็พร้อมใช้งาน

บรรจงบอกว่านอกจากความรู้ที่ได้ สิ่งที่ค้นพบคือ “ที่ผ่านมาเราโดนปลูกฝังมาตลอดว่าเมืองไทยไม่มีศักยภาพเรื่องพลังงานลม  เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กังหันลมมีหลายชนิด และมีแบบที่ไม่เหมาะกับเมืองไทยแน่นอน แต่กังหันลมขนาดเล็กแบบแกนนอน 3 ใบพัดเหมาะกับบ้านเรามาก  มันผลิตไฟฟ้าจากลมที่มีความเร็ว 5 เมตร/วินาที  กังหันแบบนี้มีกำลังผลิต 3 ระดับคือ 2,500 4,000 และ 6,000 วัตต์/ชั่วโมง สามารถใช้เปิดหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้ 10 หลอด เปิดทีวีได้หนึ่งเครื่อง และพัดลมหนึ่งเครื่องพร้อมๆ กัน จะได้ไฟมากหรือน้อยก็ขึ้นกับตัวแปลงไฟและแบตเตอรี่  การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเหมือนการรองน้ำลงตุ่ม ไม่รู้มาเมื่อไร แต่มีให้เราใช้แน่  สำหรับบ้านเล็กๆ หนึ่งหลัง กังหันลมช่วยได้มาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่สายส่งไฟฟ้าไปไม่ถึงและคนที่นั่นไม่มีเงินติด ตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่แพงกว่ามาก”

นั่นเป็นที่มาของการอุทิศชีวิตเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อติดตั้งกังหันลม ในราคาที่ต่างกับบริษัทใหญ่ๆ ราวฟ้ากับเหว โดยคิดราคาติดตั้งกังหันลมหนึ่งตัว 35,000 บาท (หากจ้างบริษัทราคาจะขึ้นสู่หลักแสน) นอกจากนี้บรรจงยังพยายามเผยแพร่ความรู้เรื่องพลังงานลมโดยไม่มุ่งกำไรทาง ธุรกิจด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่เขานั้นมี

“คุณลองคิดดูว่าชาวบ้านในเขตชนบทจะมีเงินเป็นแสนให้บริษัทติดตั้งกังหัน ลมได้อย่างไร  ผมคิดต้นทุนแค่ค่าอุปกรณ์และค่าเดินทางไปติดตั้งให้เท่านั้น เจ้าของงานหากำลังคนเตรียมไว้หรืออยากจะซื้ออุปกรณ์เองก็ได้ ผมมีหน้าที่แค่คุมงาน แต่ถ้าต้องไปติดตั้งให้หน่วยงานที่ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมอย่างโรงเรียน ผมจะแถมกังหันให้อีกหนึ่งตัว  กำไรที่ได้เล็กๆ น้อยผมก็เก็บไว้ใช้และเตรียมอุปกรณ์สร้างกังหันลมตัวต่อไป  ส่วนเรื่องเผยแพร่ความรู้แบบไม่กลัวเหนื่อยมันมาจากการที่เคยโทรไปขอคำ ปรึกษาจากนักวิชาการบางคน เขาไม่สนใจ เลยคิดว่าเราอยากจะเผยแพร่ความรู้ให้กับคนที่เป็นแบบเรา  เขาจะได้ไม่ต้องไปนับหนึ่งใหม่ ผมเคยเอาข้อมูลไปโพสต์ในเว็บกระทรวงเกษตร มี

คน มาถาม ผมพยายามหาคำตอบอยู่ 3 วัน บางคนอาจบอกเหนื่อยฟรี แต่คิดว่าต้องทำเพราะอยากให้คนไทยไม่ต้องไปฝากลมหายใจเรื่องพลังงานไว้กับ ประเทศเพื่อนบ้าน”

ในวันหยุด บ้านพักข้าราชการหลังเล็กๆ ของบรรจงจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มุ่งหน้าเข้ามาขอความรู้ตั้งแต่นักศึกษายันอาจารย์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบัน บรรจงออกมาทำงานเรื่องกังหันลมเต็มตัว เปิดเว็บไซต์ http://thaiwindmill.com เผยแพร่ความรู้ นอกจากนี้หลายๆ ครั้งเขายังทำหน้าที่ “ทูตสามัญชน”ของไทยด้วยการไปบรรยายเรื่องการสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าในสถาน ศึกษาของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า เดินทางไปสร้างกังหันลมให้กับคนไทใหญ่ และยังคงยินดีลุยไปตามพื้นที่ห่างไกลเพื่อสร้างกังหันลมในถิ่นทุรกันดาร  นอกจากนี้เขายังคิดโครงการใหม่ๆ ออกมาเสมอ อาทิ ทำระบบกังหันลมผลิตไฟฟ้าประจำบ้านที่สามารถส่งพลังงานไฟฟ้ากลับคืนเข้าสู่ สายส่งไฟฟ้าหลักของประเทศได้ด้วย

ในขณะนี้ บรรจงคงทำงานอยู่ที่ไหนสักแห่งในอุษาคเนย์

สำหรับเมืองไทย ประเทศที่เพิ่งจะเริ่มตื่นตัวและเพิ่งจะเริ่มตระหนักว่าพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตของลูกหลาน ชายชื่อบรรจงออกนำหน้าไปหลายช่วงตัวแล้ว

เวลาเจ็ดปี ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นของเขาลดลง

เขาบอกเราว่า “ถ้ามีการส่งเสริมพลังงานลมลงหลักปักฐานในประเทศไทยได้ เราก็จะมีอนาคต”

(ผู้สนใจศึกษาการสร้างกังหันลมสามารถติดต่อได้โดยตรงที่บรรจง ขยันกิจ 086-7049941)

This entry was posted in กังหันลมผลิตไฟฟ้า (Wind Power), ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green), จัดกิจกรรม,แลกเแปลี่ยนความรู้ (Attiude & Change). Bookmark the permalink.

Comments are closed.