นครปฐม (คุณเกษม ไทยยนต์แทรคเตอร์)


Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

อิสรภาพ

โดย ไมเคิล พาร์ฟิต ภาพถ่าย ซาราห์ ลีน
จากหนังสือ แนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (ฉบับบ อวสานน้ำมัน เมื่อโลกดิ้นลนหาพลังงานทดแทน)

ผมยืนอยู่ในห้องรกระเกะระกะไปด้วยเครื่องมือซ่อมแซมอุปกรณ์อิ่นๆ ปลอกสายไฟ เศษสายทองแดงหล่น ปะปนอยู่กับอุปกรณ์อิ่นๆ สำหรับผมเจ้าสิ่งนี้ คือ เครื่องมือสู่อิสรภาพ ผมเพิ่งติดตั้ง แผงเซลล์ สุริยะ (solar cell) นับสิบแผงไว้บนหลังคา และมันก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ตัวเลขบนมิเตอร์บอก ว่ากระแสไฟฟ้า 1285 วัตต์ กำลังพุ่งปราดตรงดิ่ง จากดวงอาทิตย์ เข้าสู่ระบบไฟฟ้า ภายในบ้านเพื่อชาร์จแบเตอร์รี่ ทำความเย็นให้ตู้เย็น เดินเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ปลดปล่อยชีวิตผมให้เป็นอิสระ

อิสรภาพในการใช้พลังงานนี่ชวนให้ติดใจจริงๆ แต่ผมไม่ได้รังเกียจเกียจเดียดฉันท์ พลังงานเชืื้อเพลิง ฟอสซิล แต่อย่างใด บังเอิญว่าเกาะที่ผมอาศัยอยุ่ปราศจากสาธาณูปโภค ผมและภรรยา ยังใช้คงใช้ชีวิตตามปรกติ เราไม่ได้ต้องการใช้ตู้เย็นก๊าซโพรเพน ตะเกียงน้ำมันก๊าด หรือ ส้วมหลุม เรายังพิสมัยเต้าเสียบปลั๊กไฟเยอะๆ รวมทั้งเครื่องทำกาแฟปูชิโนด้วย และ แผงเซลล์สุริยะ พวกนี้ ก็ช่วยให้ผมผลิตพลังงานเองได้ สุดยอดไปเลย.
อย่างที่เนชั่นแนล จีโกราฟฟิค รายงานไว้ในฉบับบเดือนมิถุนายน 2004 ว่าน้ำมันนับวัน จะมีแต่ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจลดปริมาณลงในไ่ม่ช้า กอปรกับความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งน้ำมัน ตั้งแต่ อ่าวเปอร์เชีย ไนจีเรีย ไป จนถึงเวเนซูเอล่า ทำให้แหล่งพลังงานสำคัญนี้ตกอยู่ใน สถานะการณ์ืที่ไ่ม่มั่นคงตามไปด้วย ส่วนก๊าซธรรามชาติ นั้นยุ่งยากในการขนส่ง และ มีแนวโน้มที่จะขาดแคลนเช่นเดียวกัน แม้เราจะยังมีแหล่งถ่านหิน หรือ แหล่งทรายน้ำมัน และหินน้ำมัน…

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

GREEN-E

2010 Green Power Leadership Awards Ceremony from Center for Resource Solutions on Vimeo.

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ข้อเท็จจริง สถานการณ์พลังงานไทย (ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ )

ไทยวินด์มิิลล์ รู้สึกเศร้าใจ กับ ความคิดแบบนี้ ขอไว้อาลัย   แก่ชาวไทย และ ชาวโลก  วกไปวนมา   น้ำมัน นิวเครียร์ แก๊ส  ของเขาทั้งนั้น  ก็เพราะเราไม่มีขาเดินเอง  ประเทศไหนมีทรัพย์กร ก็เป็นธรรมดา ยิ่งจะหมด ก็ยิ่งแพง  แร่ธาตุนิวเครียร์​  ก็เหมือนกัน นับวันก็หาทำยายาก ประเทศจีนพยายามทำแท่งนิวเครียร์ที่ใช้ไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ เพราะว่า หาใหม่ไม่ได้  หรือ แพง แต่ประเด็นไม่อยู่ตรงราคา  ประเด็นอยู่ที่ ว่าจะให้ ลูกหลาน เหลน ของเราอยู่แบบนี้ หรือ.. นิวเครียร์

…  เราต้องหาพลังงาน ของเราเอง .นั้นเป้นคำตอบ ดีที่สุด  ต่อให้ยากลำบากแค่ไหน วิทยาศาสตร์ สอนให้เรา ต่อสู้ทุกสิ่งอยู่บนโลก การเอาตัวรอด  อาหาร พลังงานของประเทศตัวเอง ดิน น้ำ ลม แสง นี้เป้นคำตอบที่ดีที่สุด แล้ว ยังเป็น คำตอบสุดท้าย สำหรับ รุ่นลูก  รุ่นหลาน ของประเทศไทย .


อ้างอิงช้อมูลที่ http://com.pea.co.th/th/blog_read.php?id_content=10300012

เชิงเปรียบเทียบแนวความคิด กับ ดร.แดน http://thaiwindmill.com/?p=1660

กระเทาะแก่นสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย หลังควันไฟยังคุกรุ่นจากแรงระเบิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ประเทศญี่ปุ่น สร้างความอกสั้นขวัญแขวนไปทั่วโลก

ย้อนรอยไป 25 ปีที่แล้ว ภาพฝันร้ายเชอร์โนบิล เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 เคยระเบิดตูมตามแล้วปล่อยสารกัมมันตรังวีสู่ชั้นบรรยากาศ จนกลายเป็นมฤตยูนิวเคลียร์

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย เผยบทวิเคราะห์ 7 ข้อเท็จจริงสถานการณ์พลังงานไทย จะตั้งหลักรุก รับ หรือ ถอย อย่างไรดี ท่ามกลางความกลัว ๆ กล้า ๆ  ต่อวิกฤติความเชื่อมั่นนิวเคลียร์กับระเบิดเวลาลูกเดิม ๆ พลังงานใกล้จะหมดโลก

ข้อเท็จจริงที่หนึ่ง ถ้าเผื่อไม่มีนิวเคลียร์แล้ว จะเอาอะไรมาทดแทน ในมุมมองของเขาแล้ว คงเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร ถ้าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบของการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ในสายตาของเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นยังไม่มีใครตายเพราะนิวเคลียร์ และถ้าเปรียบเทียบกับมหันตภัยเชอร์โนบิลแล้ว เขามองว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่เหมือนกัน

ด้วยเหตุผลที่ว่า โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เป็นโรงไฟฟ้ารุ่นเก่า ความแข็งแรงทนทานย่อมไม่เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ ๆ ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในภายหลัง การฟันธงว่านิวเคลียร์อันตรายเกินกว่าที่จะรับมือได้ เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องหันหน้าแล้วเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ว่ายังควรเป็นกำลังสำคัญของพลังงานทางเลือกหรือสมควรปิดประตูตายไปเลย

อย่างไรก็ดีเขายอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นส่งผลกระทบแน่นอนต่อการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลก เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ทับรอยเดิมกับเชอร์โนบิลในฝั่งยุโรป ครั้งนี้เมื่อเกิดจะจะในฝั่งเอเชีย ก็มีปัญหาทำให้การพัฒนาโครงการในหลายประเทศสะดุดลงพอสมควร

ข้อเท็จจริงที่สอง น้ำมันในเงื้อมมือตะวันออกกลาง น้ำมันเป็นพลังงานสำคัญที่สุดในระบบขนส่ง ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และน้ำมันต่างก็เป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของโลก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของน้ำมันก็คือ ปริมาณการผลิตสูงสุดอยู่ที่ตะวันออกกลาง 90 ล้านบาเรลต่อวัน เฉพาะซาอุดิอาระเบียประเทศเดียวมีกำลังการผลิต 9 ล้านบาเรลต่อวัน หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ช่วงที่ผ่านมาสิ่งที่ชาวโลกเห็นก็คือ ความวุ่นวายทางการเมืองในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่ลุกลามขยายวงออกไป เริ่มตั้งแต่ อิรัก อิหร่าน มาจนถึงอียิปต์ ลิเบีย จอร์แดน และอีกหลายประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมือง นำไปสู่ความผันผวนทางด้านราคา และนับวันราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายประเทศเริ่มกังวลว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง จะทำให้สถานการณ์บานปลาย นโยบายการดำเนินธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงกับน้ำมันเป็นหลัก จึงต้องหาทางคุ้มครองตัวเอง อย่างเช่น การบินไทยอยู่ในธุรกิจการบิน 35% ของต้นทุนคือน้ำมัน จำเป็นต้องไปซื้อสัญญาล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองธุรกิจตัวเอง

ดร.ปิยสวัสดิ์ชี้ว่า ชนวนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ระเบิดในญี่ปุ่น จะมีผลทำให้ราคาพลังงานในตะวันออกกลางขยับตัวสูงขึ้นอย่างถาวรและไม่มีวันปรับลดลงได้อย่างในอดีต ถือเป็นเรื่องที่ไทยต้องยอมรับในความจริงข้อนี้

ข้อเท็จจริงที่สาม ไทยมาถูกทางเรื่องพลังงานหมุนเวียน ทว่ายังเกาไม่ถูกที่คัน

วิกฤติเชื้อเพลิงหลัก อย่างน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน นำไปสู่การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก แม้แต่เมืองไทยเองก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในเกณฑ์ที่ถือว่าทำได้ดี

เขาอธิบายว่า หลากรูปแบบของพลังงานหมุนเวียน อย่างเช่น ไบโอดีเซล แก๊สโซฮอล์ เอทานอล ได้รับการส่งเสริมอย่างต่อนื่อง แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น ไบโอดีเซลมีกำลังการผลิตได้เต็มที่ 1.6 – 2 ล้านลิตรต่อวันในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหตุผลมาจากข้อจำกัดทางด้านการผลิตน้ำมันปาล์มที่ยังไม่เพียงพอ เว้นแต่คนในชาติเลือกที่จะบริโภคน้ำมันหมูแทนน้ำมันปาล์มเพื่อไปเพิ่มการผลิต ซึ่งในความเป็นจริงก็ทำไม่ได้ หรือส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ไปแบบผิดทาง แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับแก๊สโซฮอล์ E85 ที่อุตสาหกรรมรถยนต์ยังไม่มีความพร้อม ควรจะหันไปส่งเสริมเอทานอล E10 และ E20 ด้วยการกำจัดน้ำมันเบนซินธรรมดาออกไป แล้วให้ E10 มาแทนที่เป็นตัวเร่งปริมาณการใช้

ข้อเท็จจริงที่สี่ ประเทศไทยไปไกลเรื่องพลังงานหมุนเวียน โดยมีผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดย่อม (VSPP) เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือผู้ขายไฟฟ้าเข้าระบบเกินกว่า 90 เมกะวัตต์ มีทั้งหมด 57 โครงการ ขนาด 2,300 เมกะวัตต์ มีกำลังการผลิต 4,832 เมกะวัตต์ บางส่วนยังรอการอนุมัติและลงทุนเพิ่มอีก รวมแล้วมีโครงการทั้งหมด 113 โครงการ ขนาด 9,100 เมกะวัตต์ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดย่อม หรือผู้ขายไฟฟ้าเข้าระบบต่ำกว่า 90 เมกะวัตต์ มีทั้งหมด 198 โครงการ ขนาด 440 เมกะวัตต์ มีกำลังการผลิต 932 เมกะวัตต์ มีโครงการอยู่ระหว่างดำเนินงาน 1,303 โครงการ ขนาด 6,800 เมกะวัตต์

“ตอนนี้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในบ้านเรา 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ พลังงานหมุนเวียนในประเทศเราเอามาใช้จนไม่เหลือแล้ว แม้แต่น้ำเสียจากน้ำมันปาล์ม หรือฟาร์มหมูก็ถูกเปลี่ยนมาทำเป็นไบโอดีเซลเพื่อการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด”

ข้อเท็จจริงที่ห้า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลดการให้ adder กับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ภาครัฐส่งเสริมนโยบานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับเอกชนมาลงทุน โดยเฉพาะนโยบายการให้อัตราส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้าจากค่าไฟฟ้าปกติ หรือ adder ที่ 8 บาทต่อหน่วย ให้แก่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ต่อมากระทรวงพลังงานมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายลดการให้ adder กับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เหลือ 6 บาทต่อหน่วย ซึ่งดำเนินการในระหว่างที่ภาคเอกชนกำลังสนใจเข้ามาลงทุน

การมองพลังงานหมุนเวียนเป็นทางเลือกหลักในแง่ของเทคโนโลยี ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการผลิตได้ แต่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนที่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น อย่างน้อยค่าการไฟฟ้าสำหรับบ้านเรือนต้องเริ่มต้นที่ 15 บาทต่อหน่วย ถ้าเป็นกลางคืนอาจสูงขึ้นถึง 20 บาทต่อหน่วย เพราะต้องใช้แบตเตอรี่ในการจัดเก็บประแสไฟ ถ้าคนไทยพร้อมจ่ายค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตามต้นทุนจริง ถือว่าประเทศไทยจะไม่มีปัญหาพลังงานแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายสิบปีแรก ต้องรอให้ต้นทุนลดต่ำลงเมื่อถึงจุดหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกนาน

ข้อเท็จจริงที่หก หลีกเลี่ยงการชดเชยราคาน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก

ดร.ปิยสวัสดิ์กล่าวว่า การที่ภาครัฐไปชดเชยราคาน้ำมันเป็นการไม่ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ถ้าอยากให้พลังงานประเภทนี้เติบโตเร็วต้องแข็งใจไม่ชดเชย ปล่อยให้น้ำขึ้นลงตามตลาดโลก ใช้ราคาลอยตัวเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะจะเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ได้ปรับตัว และส่งผลดีกับประเทศในท้ายที่สุด

ข้อเท็จจริงที่เจ็ด นโยบายการประหยัดพลังงานเงียบเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ความไม่ชัดเจนของนโยบายการประหยัดพลังงานทำให้ธุรกิจเดือดร้อน จากที่ก่อนหน้าภาครัฐเคยรณรงค์ให้เปลี่ยนหลอดไฟจาก T8 มาเป็น T5 แล้วจู่ ๆ ก็เงียบไป เป็นตัวอย่างความไม่แน่นอนของนโยบาย ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง การสนับสนุนเพียงเล็กน้อยจากภาครัฐ จะทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าได้มหาศาล ถ้าเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ T5 จะทำให้ลดไฟฟ้าลงได้มากถึง 2 พันเมกะวัตต์

ดร.ปิยสวัสดิ์สรุปว่า สำหรับเมืองไทย อนาคตของนิวเคลียร์เป็นเรื่องยากที่จะสร้างความเข้าใจ ถึงแม้จะมีข้อดีหลายอย่าง หรือก่อนหน้านี้ก็คุยกันจนเข้าใจและวางใจได้ว่าไม่มีปัญหา แต่เมื่อกระแสตื่นกลัวจากกรณีที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นระเบิด และดูจากเหตุการณ์ต่อต้านทั่วโลก การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ คงหยุดชะงักเป็นสิบ ๆ ปี มีผลทำให้ทุกคนหันมาใช้น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติมากขึ้น และมีผลทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมากมาย แต่ถึงวันนี้เรายังไม่มีคำตอบชัดเจนตายตัว ว่าตกลงแล้วเราจะเดินหน้ากันต่ออย่างไร ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง เคารพในความเห็นที่แตกต่าง เพราะการยืนยันที่จะทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ วิธีเดียวที่จะทำให้ปัญหายุติลงได้ คือคงเดินหน้าใช้พลังงานราคาแพงอย่างน้ำมันในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายด้านติดตามมา

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 21 เม.ย. 54 หน้า 5

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ราคาไฟฟ้า วันนี้

บางครั้งบางที ผู้ใช้ไฟฟ้า เนื่องความเคยชิน กับการเปิดไฟฟ้า แบบ สรุ่ยสุร่าย เราเข้าใจว่า ท่านมีเงินจ่าย (และแน่นอนไม่ได้หนักหัวเรา)  แต่เราขอเป็นส่วนหนึ่ง ขอรณรงค์ เรื่อง การประหยัดไฟฟ้า ตามที่มีการรณรงค์กันทั่วๆไป  และเป็นสิ่งแน่นอน คือ  ถ้าใช้เยอะ  ค่าไฟฟ้าก็ยิ่งแพง (นับวันก็ยิ่งแพงไปเรื่อยๆ)

ราคาไฟฟ้าวันนี้    ดาวโหลดอ่าน.

จ่ายค่าไฟฟ้าผ่าน Internet  ด้วย Epay
จ่ายค่าไฟฟ้าผ่าน มือถือ

อัตราค่าธรรมการใช้ไฟฟ้าและค่าบริการ

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

สถานี โซล่าร์

ลองมาคิดเล่นๆ ถ้ามีสถานี โซล่าร์  รถไฟฟ้าแบบ  Full Electric  ตามระยะทาง สายหลักใน ประเทศไทย เช่น กทม – เชียงใหม่  ,กทม-กาญจบุรี ,กทม-ตราด, กทม-ขอนแก่น-หนองคาย ,กทม- อุบล, กทม-ยะลา   เน้นรถประจำทางหลัก  160-200 กม ต่อการชาร์ท 1 ครั้ง การชาร์ทใช้เวลา 2-4 ชม   หรือ ไม่ต้องชาร์ทให้เปลี่ยนแบตเตอร์รี่ที่ชาร์ทไว้แล้ว  ณ สถานีชาร์ทได้เลย.

ถ้าเทียบกับระบบนี้ น่าจะคุ้มค่ากว่า ฟาร์ม โซล่าร์ ขายไฟฟ้าให้  การไฟฟ้าไหม???


การอ้างอิงความคิดนี้ อ้างอิงมาจาก แนว นครเมืองเชินเจิ้นได้ผลิตรถ Taxi ไฟฟ้า  ของผู้ผลิตแบบเตอร์รี่  นามว่า  BYD

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

พม่า (หม่อง บ้านเคียง เพื่อน น้อง พี่ )

ยกทัพไป คราครั้งนี้ไม่ได้ไป สู้รบตบมือ แต่คราวนี้เป็นการยกทัพจับมือ กับ เพือ่นม่อง พม่าเมืองน้องพี่.. ไร้ซึ่งอาวุธ ของมีคม  มีเพียงตัวเปล่า ใส่เสื้อผ้าด้วย!!   และ กังหันลมพร้อมใบ  1 ชุด  เสา สายสริง แบตเตอรรี่  ไปเอาข้างหน้า และไม่ต้องคิดถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์นานนนม มาาาาแต่โบราณ  เพราะมนุษย์ทุกๆคน คือ ชาวโลก แยกแยะชั่วดี ตามหลักพุทธศาสนา ก่อเกิดวัฒธรรม งดงาม

เมื่อเพื่อนหม่องคิดการไกล  สายสัมพันธ์จึงเกิด  หันหน้าใช้พลังงานลมผลิตไฟฟ้าใช้เอง    การยกทัพไปติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้า โดยเพื่อนหม่อง จัดการ ค่าเครื่อง ค่าที่พัก ทุกๆอย่าง  พี่ไทย นาม บรรจง ชยันกิจ ไม่คิดราคาเพิ่ม ราคาเดียวทั่วโลก  ขอให้กังหันลมไทยไปทั่วโลก

ถึงแม้ พูดภาษาหม่องไม่ได้  ภาษามือยัง พอโอเค  แต่โชคดีมี ล่ามการใช้ชีวิต ดูมีสีสัน     แต่อย่าไปพูดภาษาอังกฤษ   Wow   พม่า   You   are  Green

…ติดตามภาพ

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ไฟฟ้าพลังงานลม ณ ลำตะคอง (จัดโดย รายน้ำค้าง http://fukduk.tv)

อ้างอิงที่ รายการ น้ำค้าง

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

อ้างอิงที่ ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

ไอเดีย  กรีน  ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ

การปลูกฝังจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ  ไม่ใช่เรื่องยาก  หากรูปแบบกิจกรรมนั้นสนุกสนานเป็นกันเอง  และกระตุ้นให้เด็กๆ  เกิดความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่  เราได้เห็นตัวอย่างกิจกรรมรูปแบบนี้จากโครงการ ‘ไอเดีย  กรีน  ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ’ ซึ่ง เอสซีจี เปเปอร์ ได้ออกแบบกิจกรรมสอดแทรกให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ ‘ไอเดีย กรีน ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ’ นี้  มีแนวคิดง่ายๆ ว่า  ‘แต้มสีให้โลกสวยด้วยมือเรา’  มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ  5  แห่ง  คือ  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารัชดาภิเษก  โรงเรียนราชวินิตบางเขน  โรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาศ  โรงเรียนวัดอุทัยธาราม  และโรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์  กิจกรรมสนุกๆ  ที่เตรียมไว้ต้อนรับเด็กๆ

เริ่มจากกิจกรรมกลุ่ม ‘สานสัมพันธ์ร่วมกัน รักษ์ธรรมชาติ’ เพื่อปูพื้นให้น้องๆ  เกิดความเข้าใจถึงแนวคิดของโครงการ มีการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า  ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างแรงบันดาลใจและจินตนาการเกี่ยวกับธรรมชาติที่สวยงาม  จากความทรงจำที่ประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่แต่ละคนเคยสัมผัสมา

ตามด้วยกิจกรรม ‘บอกเล่าแนวทาง รักษ์ธรรมชาติ’ ชวนเด็กๆ  มาบอกเล่าแนวทางในการดูแลรักษาธรรมชาติตามความคิดของตัวเอง โดยให้เขียนลงบนโปสการ์ดไอเดีย กรีน เพื่อส่งให้คุณพ่อ-คุณแม่ คุณครู หรือเพื่อนสนิท แล้วนำมาหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์สีเขียวที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งน้องๆ ก็ได้ร่วมคิดร่วมเขียนแสดงไอเดียต่างๆ กันอย่างขะมักเขม้นสนุกสนาน เห็นได้จากตอนที่บุรุษไปรษณีย์มาไขตู้ ซึ่งปรากฏว่ามีกองโปสการ์ดไหลออกมา อย่างล้นหลามร่วมหลายร้อยใบเลยทีเดียว

จากนั้นมีการคัดเลือกแนวคิดดีๆ  ที่น่าสนใจมาอ่านให้ทุกคนได้ฟัง และเชิญน้องๆ  เจ้าของความคิดมาพูดคุยบนเวทีด้วย คราวนี้ก็มาถึงช่วงกิจกรรม  “เติมเต็มธรรมชาติ ด้วยกระดาษไอเดีย กรีน” ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงานนี้ โดยให้เด็กๆ  แบ่งกลุ่มกันวาดภาพ ระบายสี แสดงออกถึงจินตนาการเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อมกันอย่างอิสระ บนเฟรมกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ที่วางบนพื้น

ลองมาพูดคุยกับคุณครูซึ่งพาเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เริ่มจากครูรัตนา สุวรรณโส โรงเรียนวัดอุทัยธาราม ที่เล่าว่า โรงเรียนมีการรณรงค์ปลูกฝังให้นักเรียน รักธรรมชาติและส่งเสริมการลดการใช้พลังงาน โดยให้ปิดไฟ ปิดน้ำทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ยังสอนนักเรียนในเรื่องของการรีไซเคิล ซึ่งการได้พานักเรียนมาเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญ ที่จะปลูกฝังเด็กๆ ในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติให้มากขึ้น

“นอกจากเรื่องการปลูกฝังในเรื่องการรักสิ่งแวดล้อมแล้ว การนำนักเรียนมาเข้า ร่วมกิจกรรมในวันนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการทำงาน ร่วมกันคนอื่น ในฐานะที่เป็นครูสอนศิลปะ ก็ได้มีการสนับสนุนให้นักเรียนดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำอุปกรณ์จากธรรมชาติและขยะที่ยังใช้ได้มาทำเป็น วัสดุรีไซเคิลเพื่อทำงานศิลปะ ทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและประหยัดอีกด้วยค่ะ” ความรู้สึกของคุณครู ศิริลักษณ์ มาลีศรีประเสริฐ โรงเรียนวัดเวตะวันธรรมากาศ

น้องๆ ที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ต่างก็เกิดแรงบันดาลใจจากการได้สัมผัส รับรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้และกิจกรรม สนุกๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสำนึกและเล็งเห็นคุณค่าของสิ่ง แวดล้อมต่อไป  และสำหรับเยาวชนที่สนใจจะร่วมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.ideaonpaper.com

ขอบคุณข้อมูลจาก
เว็บไซต์ ไทยโพสต์

Source URL: http://www.thaipost.net/x-cite-kidz/270609/6854

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

โลกทีไม่เหมือนเดิม

อ้างอิงที่  โลกที่ไม่เหมือนเดิม
คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคเหนือปีนี้อาจรู้สึกได้ว่า ลมหนาวมาช้ากว่าปกติและไม่ค่อยหนาวยะเยือกเหมือนปีก่อนๆ อีกทั้งดูเหมือนว่าฤดูหนาวปีนี้จะสั้นอีกต่างหาก เสื้อกันหนาวตัวสวยใส่ยังไม่ทันไรก็อาจต้องส่งซักเก็บเข้าตู้อีกรอบเสียแล้ว

ข้อสังเกตและอาจแฝงความจริงที่น่าเป็น กังวลอยู่บ้างนี้ สอดคล้องกับการตื่นขึ้นมารับรู้ข้อมูลจากนักวิจัยทั่วโลกผ่านสารคดีที่เป็น ทั้งภาพยนตร์ และบทความ รวมถึงการถกเถียงกันบนเวทีสัมมนา การอภิปราย…เวทีแล้วเวทีเล่า ที่พร่ำบอกกันเองว่า “โลกที่เราอาศัยอยู่กำลังป่วย” อันเกิดจากเชื้อโรคที่มีชื่อว่า ‘มนุษย์’ นั่นเองที่เป็นตัวการใหญ่ แต่พอสารคดีจบ หรือเวทีสัมมนาเลิก ผู้ดำเนินรายการกล่าวขอบคุณและสวัสดี ทุกคนในที่ประชุมก็สลายตัวแล้วออกไปดำเนินกิจกรรมตามปกติเหมือนไม่เคยมีการ พูดคุยอะไรกัน ลืมว่าเมื่อสักครู่เพิ่งถกถึงสาเหตุอะไรที่ทำให้โลกป่วยไข้ และทำให้ทุกคนต้องมานั่งสัมมนากัน

การรณรงค์ให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือลดภาวะ โลกร้อนมีขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา เนื่องจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ได้พบกับตัวเองเองแบบจังๆ เหมือนเหตุการณ์อื่นๆ เช่น ตึกถล่ม รถไฟชนกับรถบรรทุก หรือสงครามกลางเมืองแบบล้างผลาญที่สะเทือนขวัญ เพียงแต่อาจรับรู้ได้แค่ความรู้สึกแบบผิวเผินดังเช่น ฤดูหนาวทำไมไม่ค่อยหนาวและมีระยะสั้น อย่างที่พวกเราชาวเชียงใหม่รู้สึกกัน อีกทั้งความรู้สึกนี้ก็ยังช้า เพราะเมื่อไม่หนาวแล้ว ก็เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่บนโลกยัง ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาเกี่ยวกับปัญหาโลกป่วย เพราะยังสาละวนอยู่กับปากท้อง ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับการที่โลกป่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี ระดับเวทีโลกก็มิได้นิ่งนอนใจ เพราะมหันตภัยคืบคลานมาถึงเร็วเกินกว่าที่คาดไว้หลายปี ล่าสุดเมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้มีการประชุมประเทศสมาชิกของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยมีผู้นำและตัวแทนจาก 192 ประเทศเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับความร่วมมือลดภาวะโลกร้อนร่วม กัน

ในที่ประชุม ชาติยากจนเรียกร้องให้ชาติที่ร่ำรวยกว่าออกเงินอุดหนุนช่วยซื้อเทคโนโลยีสี เขียว เพื่อให้ประเทศของตนยังสามารถเปิดการผลิตต่อไปได้โดยไม่ก่อปัญหาเรื่องการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน อันเป็นที่มาของปัญหาความแห้งแล้ง น้ำท่วม และอื่นๆ เพราะการผลิตที่ถูกอ้างถึงนั้น เป็นการผลิตเพื่อรับใช้ชาติที่ร่ำรวยเกือบทั้งหมด (ยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่น) เนื่องจากประเทศร่ำรวยเหล่านั้นใช้ฐานการผลิตในประเทศยากจนเป็นหลัก ข้อเรียกร้องนี้ดูเหมือนจะสำเร็จเป็นบางส่วน เพราะธนาคารโลกได้อนุมัติงบราว 5,500 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการลงทุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อน ผ่านกองทุนเทคโนโลยีสะอาด ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า ‘Concentrating Solar Power’ (CSP)  ใน 5 ประเทศนำร่อง คือ แอลจีเรีย อียิปต์ จอร์แดน โมร็อกโค และตูนิเซีย ถึงกระนั้นการประชุมว่าพวกเราชาวโลกจะทำยังไงดีกับปัญหาโลกร้อน ผลสรุปที่ได้ออกมาก็ยังเป็นแนวทางกว้างๆ ไม่ค่อยไปไหนไกลตามคาดการณ์ เพราะกลายเป็นวิวาทะเกี่ยงกันว่าใครจะลดมากลดน้อย

ความจริงหากโลกจะแตกพินาศแล้วจัดระเบียบ ตัวเองใหม่เหมือนการทำนายในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘2010 End of The World วันสิ้นโลก’ ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงไปนัก ถ้าวันๆมนุษย์เราเอาแต่วิ่งพล่านเหมือนมดปลวก งานหลักคือการสะสมอาวุธไว้ประหัตประหารกันเองทั้งชีวภาพและเคมี โลกในอนาคตอันใกล้ก็คงจะเป็นอย่างที่เราเห็นในหนังนั่นแหละ เพียงแต่แผ่นดินอาจไม่ได้แตก ปะทุ หรือยุบจากความร้อนสะสมที่อยู่ภายในแกนโลก จนทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายเป็นน้ำปริมาณมหาศาลขึ้นท่วมยอดเขาเอเวอเรส แต่จะแตกเป็นผุยผงเพราะนิวเคลียร์ที่มนุษย์เราสร้างขึ้นมาเพื่อพิทักษ์และ ใช้ในการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างกัน ว่ากันว่าการที่เศรษฐกิจรัฐดูไบล่มสลายลง เหตุมาจากการเร่งลงทุนที่เกินตัวผิดธรรมชาติ และการค้นพบพลังงานสะอาด (พลังงานไฮโดรเจน) ซึ่งจะกลายเป็นความหวังของมนุษยชาติในอนาคตที่จะนำมาใช้แทนน้ำมัน โดยนักวิเคราะห์ได้ทำนายว่า อีกเพียงแค่ 17 ปีข้างหน้า โลกจะหมดยุคการใช้น้ำมันกับเงินดอลลาร์ แล้วสหรัฐจะตกกระป๋องไม่ได้เป็นผู้นำโลกอีกต่อไป เนื่องจากจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน เวลานี้ก็กำลังเบียดญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นหมายเลขสองของโลกแล้ว

และแม้จะประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้ก็ตาม จีนก็ยังบอกกับชาวโลกว่า ตนยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ จึงจำต้องผลิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไปได้อีกโดยไม่ผิดกติกาใดๆ ทั้งๆที่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก็เพิ่งจัดงานพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน มีการแสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร และท่านผู้นำได้ประกาศพาจีนไปสู่การเป็นมหาอำนาจในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งนั่นก็เท่ากับบอกกับชาวโลกว่า จีนจะเป็นผู้นำเข้าทรัพยากรธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก และอาจจะเป็นผู้สร้างมลภาวะให้กับโลกมากขึ้นอีกด้วย โดยมีอินเดียซึ่งก็อยากเป็นผู้นำโลกด้วยเหมือนกันวิ่งตามมาติดๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในขณะที่หลายประเทศกำลังหวั่นวิตกกับปัญหาโลกร้อนขึ้น แต่บางประเทศอาจกำลังรอคอย เช่น รัสเซีย พวกเขาเชื่อว่า เมื่อโลกอุ่นขึ้นก็สามารถเพาะปลูกได้ยาวนานขึ้น รวมทั้งช่วยให้รัสเซียเข้าถึงบ่อน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศที่เป็นทุ่งน้ำ แข็งได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าทั้งหมดเป็นไปตามคาดหมาย ก็จะส่งให้เศรษฐกิจของรัสเซียดีดขึ้นมา และอาจกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจของโลกอีกครั้งก็ได้

นี่แหละครับ คือความชุลมุนยุ่งเหยิง ความไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักพอของมนุษย์เรา อันเป็นตัวปัญหาที่ทำให้โลกสีน้ำเงินใบนี้ร้อนขึ้น และมนุษย์ที่ว่านี่ก็มีพวกเราทุกคนรวมอยู่ด้วย ดังนั้นเราควรจะช่วยโลกของเรายังไงดี หรือว่ายกให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นก็แล้วกัน เพราะเราก็แค่ใช้ถุงพลาสติกวันละไม่กี่ใบเอง กินทิ้งกินขว้าง ใช้ของฟุ่มเฟือย ทำตัวเป็นนักช้อปฯตัวยง…มันก็เงินของเราทั้งนั้น…ก็ไม่เห็นโลกจะแตกสัก หน่อย หรือถ้าอยากกลับใจคิดจะช่วยโลกจริงๆสักครั้ง แต่ยังคิดวิธีไม่ออก ลองคลิกไปที่หน้า Column Vision : วิธีช่วยโลก ของอาจารย์จุลพร นันทพานิช มี คำตอบช่วยคุณพิทักษ์โลกใบนี้ อย่างน้อยแค่อ่านความคิดของอาจารย์ก็ถือว่าได้พยายามช่วยโลกแล้วครับ และถ้าลงมือปฏิบัติด้วย โลกก็จะสรรเสริญและขอบคุณคุณด้วยการคืนโลกที่น่าอยู่ให้กับเราทุกคน

สวัสดีปีใหม่ครับ

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed