ไฟฟ้าพลังงานลม ณ ลำตะคอง (จัดโดย รายน้ำค้าง http://fukduk.tv)

อ้างอิงที่ รายการ น้ำค้าง

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

อ้างอิงที่ ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

ไอเดียเพื่อโลกสีเขียว

ไอเดีย  กรีน  ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ

การปลูกฝังจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ  ไม่ใช่เรื่องยาก  หากรูปแบบกิจกรรมนั้นสนุกสนานเป็นกันเอง  และกระตุ้นให้เด็กๆ  เกิดความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่  เราได้เห็นตัวอย่างกิจกรรมรูปแบบนี้จากโครงการ ‘ไอเดีย  กรีน  ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ’ ซึ่ง เอสซีจี เปเปอร์ ได้ออกแบบกิจกรรมสอดแทรกให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ ‘ไอเดีย กรีน ชวนน้องรักษ์ธรรมชาติ’ นี้  มีแนวคิดง่ายๆ ว่า  ‘แต้มสีให้โลกสวยด้วยมือเรา’  มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ  5  แห่ง  คือ  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารัชดาภิเษก  โรงเรียนราชวินิตบางเขน  โรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาศ  โรงเรียนวัดอุทัยธาราม  และโรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์  กิจกรรมสนุกๆ  ที่เตรียมไว้ต้อนรับเด็กๆ

เริ่มจากกิจกรรมกลุ่ม ‘สานสัมพันธ์ร่วมกัน รักษ์ธรรมชาติ’ เพื่อปูพื้นให้น้องๆ  เกิดความเข้าใจถึงแนวคิดของโครงการ มีการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า  ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างแรงบันดาลใจและจินตนาการเกี่ยวกับธรรมชาติที่สวยงาม  จากความทรงจำที่ประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่แต่ละคนเคยสัมผัสมา

ตามด้วยกิจกรรม ‘บอกเล่าแนวทาง รักษ์ธรรมชาติ’ ชวนเด็กๆ  มาบอกเล่าแนวทางในการดูแลรักษาธรรมชาติตามความคิดของตัวเอง โดยให้เขียนลงบนโปสการ์ดไอเดีย กรีน เพื่อส่งให้คุณพ่อ-คุณแม่ คุณครู หรือเพื่อนสนิท แล้วนำมาหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์สีเขียวที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งน้องๆ ก็ได้ร่วมคิดร่วมเขียนแสดงไอเดียต่างๆ กันอย่างขะมักเขม้นสนุกสนาน เห็นได้จากตอนที่บุรุษไปรษณีย์มาไขตู้ ซึ่งปรากฏว่ามีกองโปสการ์ดไหลออกมา อย่างล้นหลามร่วมหลายร้อยใบเลยทีเดียว

จากนั้นมีการคัดเลือกแนวคิดดีๆ  ที่น่าสนใจมาอ่านให้ทุกคนได้ฟัง และเชิญน้องๆ  เจ้าของความคิดมาพูดคุยบนเวทีด้วย คราวนี้ก็มาถึงช่วงกิจกรรม  “เติมเต็มธรรมชาติ ด้วยกระดาษไอเดีย กรีน” ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงานนี้ โดยให้เด็กๆ  แบ่งกลุ่มกันวาดภาพ ระบายสี แสดงออกถึงจินตนาการเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อมกันอย่างอิสระ บนเฟรมกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ที่วางบนพื้น

ลองมาพูดคุยกับคุณครูซึ่งพาเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เริ่มจากครูรัตนา สุวรรณโส โรงเรียนวัดอุทัยธาราม ที่เล่าว่า โรงเรียนมีการรณรงค์ปลูกฝังให้นักเรียน รักธรรมชาติและส่งเสริมการลดการใช้พลังงาน โดยให้ปิดไฟ ปิดน้ำทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ยังสอนนักเรียนในเรื่องของการรีไซเคิล ซึ่งการได้พานักเรียนมาเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญ ที่จะปลูกฝังเด็กๆ ในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติให้มากขึ้น

“นอกจากเรื่องการปลูกฝังในเรื่องการรักสิ่งแวดล้อมแล้ว การนำนักเรียนมาเข้า ร่วมกิจกรรมในวันนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการทำงาน ร่วมกันคนอื่น ในฐานะที่เป็นครูสอนศิลปะ ก็ได้มีการสนับสนุนให้นักเรียนดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำอุปกรณ์จากธรรมชาติและขยะที่ยังใช้ได้มาทำเป็น วัสดุรีไซเคิลเพื่อทำงานศิลปะ ทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและประหยัดอีกด้วยค่ะ” ความรู้สึกของคุณครู ศิริลักษณ์ มาลีศรีประเสริฐ โรงเรียนวัดเวตะวันธรรมากาศ

น้องๆ ที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ต่างก็เกิดแรงบันดาลใจจากการได้สัมผัส รับรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้และกิจกรรม สนุกๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสำนึกและเล็งเห็นคุณค่าของสิ่ง แวดล้อมต่อไป  และสำหรับเยาวชนที่สนใจจะร่วมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.ideaonpaper.com

ขอบคุณข้อมูลจาก
เว็บไซต์ ไทยโพสต์

Source URL: http://www.thaipost.net/x-cite-kidz/270609/6854

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

โลกทีไม่เหมือนเดิม

อ้างอิงที่  โลกที่ไม่เหมือนเดิม
คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคเหนือปีนี้อาจรู้สึกได้ว่า ลมหนาวมาช้ากว่าปกติและไม่ค่อยหนาวยะเยือกเหมือนปีก่อนๆ อีกทั้งดูเหมือนว่าฤดูหนาวปีนี้จะสั้นอีกต่างหาก เสื้อกันหนาวตัวสวยใส่ยังไม่ทันไรก็อาจต้องส่งซักเก็บเข้าตู้อีกรอบเสียแล้ว

ข้อสังเกตและอาจแฝงความจริงที่น่าเป็น กังวลอยู่บ้างนี้ สอดคล้องกับการตื่นขึ้นมารับรู้ข้อมูลจากนักวิจัยทั่วโลกผ่านสารคดีที่เป็น ทั้งภาพยนตร์ และบทความ รวมถึงการถกเถียงกันบนเวทีสัมมนา การอภิปราย…เวทีแล้วเวทีเล่า ที่พร่ำบอกกันเองว่า “โลกที่เราอาศัยอยู่กำลังป่วย” อันเกิดจากเชื้อโรคที่มีชื่อว่า ‘มนุษย์’ นั่นเองที่เป็นตัวการใหญ่ แต่พอสารคดีจบ หรือเวทีสัมมนาเลิก ผู้ดำเนินรายการกล่าวขอบคุณและสวัสดี ทุกคนในที่ประชุมก็สลายตัวแล้วออกไปดำเนินกิจกรรมตามปกติเหมือนไม่เคยมีการ พูดคุยอะไรกัน ลืมว่าเมื่อสักครู่เพิ่งถกถึงสาเหตุอะไรที่ทำให้โลกป่วยไข้ และทำให้ทุกคนต้องมานั่งสัมมนากัน

การรณรงค์ให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือลดภาวะ โลกร้อนมีขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา เนื่องจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ได้พบกับตัวเองเองแบบจังๆ เหมือนเหตุการณ์อื่นๆ เช่น ตึกถล่ม รถไฟชนกับรถบรรทุก หรือสงครามกลางเมืองแบบล้างผลาญที่สะเทือนขวัญ เพียงแต่อาจรับรู้ได้แค่ความรู้สึกแบบผิวเผินดังเช่น ฤดูหนาวทำไมไม่ค่อยหนาวและมีระยะสั้น อย่างที่พวกเราชาวเชียงใหม่รู้สึกกัน อีกทั้งความรู้สึกนี้ก็ยังช้า เพราะเมื่อไม่หนาวแล้ว ก็เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่บนโลกยัง ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาเกี่ยวกับปัญหาโลกป่วย เพราะยังสาละวนอยู่กับปากท้อง ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับการที่โลกป่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี ระดับเวทีโลกก็มิได้นิ่งนอนใจ เพราะมหันตภัยคืบคลานมาถึงเร็วเกินกว่าที่คาดไว้หลายปี ล่าสุดเมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้มีการประชุมประเทศสมาชิกของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยมีผู้นำและตัวแทนจาก 192 ประเทศเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับความร่วมมือลดภาวะโลกร้อนร่วม กัน

ในที่ประชุม ชาติยากจนเรียกร้องให้ชาติที่ร่ำรวยกว่าออกเงินอุดหนุนช่วยซื้อเทคโนโลยีสี เขียว เพื่อให้ประเทศของตนยังสามารถเปิดการผลิตต่อไปได้โดยไม่ก่อปัญหาเรื่องการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน อันเป็นที่มาของปัญหาความแห้งแล้ง น้ำท่วม และอื่นๆ เพราะการผลิตที่ถูกอ้างถึงนั้น เป็นการผลิตเพื่อรับใช้ชาติที่ร่ำรวยเกือบทั้งหมด (ยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่น) เนื่องจากประเทศร่ำรวยเหล่านั้นใช้ฐานการผลิตในประเทศยากจนเป็นหลัก ข้อเรียกร้องนี้ดูเหมือนจะสำเร็จเป็นบางส่วน เพราะธนาคารโลกได้อนุมัติงบราว 5,500 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการลงทุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อน ผ่านกองทุนเทคโนโลยีสะอาด ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า ‘Concentrating Solar Power’ (CSP)  ใน 5 ประเทศนำร่อง คือ แอลจีเรีย อียิปต์ จอร์แดน โมร็อกโค และตูนิเซีย ถึงกระนั้นการประชุมว่าพวกเราชาวโลกจะทำยังไงดีกับปัญหาโลกร้อน ผลสรุปที่ได้ออกมาก็ยังเป็นแนวทางกว้างๆ ไม่ค่อยไปไหนไกลตามคาดการณ์ เพราะกลายเป็นวิวาทะเกี่ยงกันว่าใครจะลดมากลดน้อย

ความจริงหากโลกจะแตกพินาศแล้วจัดระเบียบ ตัวเองใหม่เหมือนการทำนายในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘2010 End of The World วันสิ้นโลก’ ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงไปนัก ถ้าวันๆมนุษย์เราเอาแต่วิ่งพล่านเหมือนมดปลวก งานหลักคือการสะสมอาวุธไว้ประหัตประหารกันเองทั้งชีวภาพและเคมี โลกในอนาคตอันใกล้ก็คงจะเป็นอย่างที่เราเห็นในหนังนั่นแหละ เพียงแต่แผ่นดินอาจไม่ได้แตก ปะทุ หรือยุบจากความร้อนสะสมที่อยู่ภายในแกนโลก จนทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายเป็นน้ำปริมาณมหาศาลขึ้นท่วมยอดเขาเอเวอเรส แต่จะแตกเป็นผุยผงเพราะนิวเคลียร์ที่มนุษย์เราสร้างขึ้นมาเพื่อพิทักษ์และ ใช้ในการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างกัน ว่ากันว่าการที่เศรษฐกิจรัฐดูไบล่มสลายลง เหตุมาจากการเร่งลงทุนที่เกินตัวผิดธรรมชาติ และการค้นพบพลังงานสะอาด (พลังงานไฮโดรเจน) ซึ่งจะกลายเป็นความหวังของมนุษยชาติในอนาคตที่จะนำมาใช้แทนน้ำมัน โดยนักวิเคราะห์ได้ทำนายว่า อีกเพียงแค่ 17 ปีข้างหน้า โลกจะหมดยุคการใช้น้ำมันกับเงินดอลลาร์ แล้วสหรัฐจะตกกระป๋องไม่ได้เป็นผู้นำโลกอีกต่อไป เนื่องจากจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน เวลานี้ก็กำลังเบียดญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นหมายเลขสองของโลกแล้ว

และแม้จะประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้ก็ตาม จีนก็ยังบอกกับชาวโลกว่า ตนยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ จึงจำต้องผลิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไปได้อีกโดยไม่ผิดกติกาใดๆ ทั้งๆที่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก็เพิ่งจัดงานพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน มีการแสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร และท่านผู้นำได้ประกาศพาจีนไปสู่การเป็นมหาอำนาจในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งนั่นก็เท่ากับบอกกับชาวโลกว่า จีนจะเป็นผู้นำเข้าทรัพยากรธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก และอาจจะเป็นผู้สร้างมลภาวะให้กับโลกมากขึ้นอีกด้วย โดยมีอินเดียซึ่งก็อยากเป็นผู้นำโลกด้วยเหมือนกันวิ่งตามมาติดๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในขณะที่หลายประเทศกำลังหวั่นวิตกกับปัญหาโลกร้อนขึ้น แต่บางประเทศอาจกำลังรอคอย เช่น รัสเซีย พวกเขาเชื่อว่า เมื่อโลกอุ่นขึ้นก็สามารถเพาะปลูกได้ยาวนานขึ้น รวมทั้งช่วยให้รัสเซียเข้าถึงบ่อน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศที่เป็นทุ่งน้ำ แข็งได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าทั้งหมดเป็นไปตามคาดหมาย ก็จะส่งให้เศรษฐกิจของรัสเซียดีดขึ้นมา และอาจกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจของโลกอีกครั้งก็ได้

นี่แหละครับ คือความชุลมุนยุ่งเหยิง ความไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักพอของมนุษย์เรา อันเป็นตัวปัญหาที่ทำให้โลกสีน้ำเงินใบนี้ร้อนขึ้น และมนุษย์ที่ว่านี่ก็มีพวกเราทุกคนรวมอยู่ด้วย ดังนั้นเราควรจะช่วยโลกของเรายังไงดี หรือว่ายกให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นก็แล้วกัน เพราะเราก็แค่ใช้ถุงพลาสติกวันละไม่กี่ใบเอง กินทิ้งกินขว้าง ใช้ของฟุ่มเฟือย ทำตัวเป็นนักช้อปฯตัวยง…มันก็เงินของเราทั้งนั้น…ก็ไม่เห็นโลกจะแตกสัก หน่อย หรือถ้าอยากกลับใจคิดจะช่วยโลกจริงๆสักครั้ง แต่ยังคิดวิธีไม่ออก ลองคลิกไปที่หน้า Column Vision : วิธีช่วยโลก ของอาจารย์จุลพร นันทพานิช มี คำตอบช่วยคุณพิทักษ์โลกใบนี้ อย่างน้อยแค่อ่านความคิดของอาจารย์ก็ถือว่าได้พยายามช่วยโลกแล้วครับ และถ้าลงมือปฏิบัติด้วย โลกก็จะสรรเสริญและขอบคุณคุณด้วยการคืนโลกที่น่าอยู่ให้กับเราทุกคน

สวัสดีปีใหม่ครับ

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ไปดูเด็กดอย…ปลูกผักด้วยแรงลม

อ้างอิงที่ ไปดูเด็กดอย…ปลูกผักด้วยแรงลม



แผนภูมิการทำงานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า.

ใคร ที่ได้ดูภาพยนตร์เกี่ยวกับมหันตภัยทางธรรมชาติถล่มโลกเรื่อง 2012 แล้วคิดว่านั่นเป็นแค่ จินตนาการของผู้สร้างหนังจากฮอลลีวูดล่ะก็ขอให้คิดใหม่ เพราะวันนี้สภาพโลกป่วยไข้ กำลังเข้าขั้นวิกฤติจนนานา ชาติต้องจัดประชุมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหากันอย่าง แข็งขัน ซึ่งหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดีคือ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และส่งผลให้ โลกร้อน ในเมื่อจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ๆมักขยายตัวมาจากปัญหาเล็กๆ ดังนั้น หนทางแก้คือ ต้องเรียนรู้ และจัดการกับปัญหาเล็กๆเหล่านั้น ก่อนที่มันจะลุกลามบานปลาย


สภาพโรงเรียนบนยอดดอย.

เมื่อ เร็วๆนี้ได้รับเชิญจากบริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วมพิธีส่งมอบกังหันลมผลิตไฟฟ้าภายใต้โครงการ พลังงานสีขาว เพื่อโลกสีเขียว ให้แก่ โรงเรียนบ้านสองพี่น้อง สังกัดสำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 4 ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านสองพี่น้อง ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งสุดท้ายจาก 15 แห่งทั่วประเทศที่แคนนอนได้ติดตั้งกังหันลมให้ ไปเห็นแล้วรู้สึกดีใจที่มีภาคเอกชนเล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ต้น เหตุ

โรงเรียนแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงราว 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีเนื้อที่ราว 20 ไร่เศษ โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นสถานที่จัดสร้างอาคารเรียนในระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2534 “27 ธันวาคม 2564 เปิดสอนระดับอนุบาล 1″ ป.6 มีนักเรียน 192 คน ครูและบุคลากร 9 คน ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ยากจน เป็นชาวเขาเผ่าม้งและมูเซอ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงหนีไม่พ้นเรื่องการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า


แปลงปลูกผักไฮโดรโพนิกส์.

“โดย ส่วนตัวไม่ใช่คนพื้นเพที่นี่ แต่ย้ายมาสอนโรงเรียนนี้กว่า 10 ปีแล้วเลยเกิดความผูกพัน ที่ผ่านมาพยายามแก้ปัญหาการตัดไม้ของชาวบ้านอยู่เช่นกัน เริ่มต้นที่สอนให้เด็กๆรักต้นไม้ รวมทั้งเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น จากนั้นค่อยๆขยายผลไปสู่ พ่อแม่ผู้ปกครอง เพราะพวกเขาไม่รู้ภาษาไทยเลยคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เมื่อทางแคนนอนมาติดตั้งกังหันลมให้กับโรงเรียน เราเลยอาศัยสิ่งนี้เป็นอุปกรณ์การสอน บอกพวกเขาว่า คนอื่นเขายังเห็นความสำคัญของบ้านเราเลย ดังนั้น เรามาช่วยกันรักษาต้นไม้ของเราไว้นะ จะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อน พวกเขาก็เริ่มเข้าใจและดีใจที่เห็นสิ่งดีๆเข้ามาในหมู่บ้าน” นางวนิดา จรัสวิชญ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสองพี่น้องคนปัจจุบันให้ข้อมูล

ขณะ ที่เด็กๆหลายคนบอกว่า ดีใจและภูมิใจที่เห็นกังหันลมอันใหญ่ๆมาตั้งอยู่ในโรงเรียน และนี่คืออุปกรณ์การเรียนวิทยาศาสตร์ชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันทำให้พวกเราเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการทำงานของระบบผลิตกระแสไฟฟ้า รวมไปถึงกระตุ้นให้เกิดจินตนาการและความคิดใหม่ๆที่จะทำโครงการต่อยอด เพื่อนำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่นการใช้ไฟฟ้าจากกังหันลมมาสูบน้ำปลูกผัก และการใช้ไฟฟ้ามาเลี้ยงไก่ไข่ไว้เป็นอาหารกลางวัน


รดน้ำผักด้วยพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลม.

ด้าน นายสมเกียรติ พาผล ผู้บริหารบริษัทแคนนอนฯ กล่าวถึงโครงการว่า เริ่มขึ้นเนื่องในโอกาสที่บริษัทครบรอบ 15 ปี การดำเนินธุรกิจในเมืองไทย ในปี 2552 ทั้งยังสอดคล้องกับปรัชญา “เคียวเซ” ของแคนนอนทั่วโลกที่ยึดถือในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหมายถึงการพัฒนาและเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์โลกและความสุขของมวลมนุษย์ เราจึงมีนโยบายดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพลังงานสะอาดจากกังหันลม จะเป็นพลังงานทดแทนอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อ ประเทศไทย ข้อดีของพลังงานจากกังหันลมผลิตไฟฟ้าคือ เป็นพลังงานสะอาด ไม่ทิ้งกากและมลภาวะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อหา มีระยะเวลาการให้พลังงาน 15-20 ชั่วโมงต่อวัน เป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด ใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ค่าบำรุงรักษาไม่แพง นับเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่ควรพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่สำคัญ เทคโนโลยีกังหันลมผลิตไฟฟ้า เป็นเทคโนโลยีของคนไทย ที่ได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มกังหันลมผลิตไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นงานวิจัยของนักวิชาการไทย ซึ่งควรได้รับการสนับสนุน


รอยยิ้มแห่งความสุข.

ทั้ง นี้ เรายังได้ขยายผลของการนำพลังงานลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนโรงเรียน บ้านสองพี่น้อง ด้วยการติดตั้งโรงเรือนปลูกพืชไร้ดิน หรือไฮโดรโพนิกส์ ขนาด 1๚1.6 เมตร จำนวน 2 ชุด เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีปลูกพืชผักที่ปลอดสารพิษ อาทิ ผักสลัดต่างๆ คะน้า และผักบุ้ง ประกอบเป็นอาหารกลางวัน เนื่องจากพื้นดินส่วนใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้เป็นดินแดง ดินภูเขา ทำให้การปลูกผักชนิดอื่นๆ ทำได้ยากและอาจมีการปนเปื้อนสารพิษ

สำหรับ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกโรงเรียนที่จะติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าทุกแห่ง ต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดไว้ คือมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการติดตั้งกังหันลม มีกำลังลมแรงเฉลี่ยตั้งแต่ 2 เมตร/วินาทีขึ้นไป โรงเรียนมีบริเวณกว้างขวางไม่มีอาคารบดบังทิศทางลม นักเรียนและชุมชนใกล้เคียง ต้องมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ ที่เป็นประสบการณ์จริง โดยกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลม 1 กิโลวัตต์ จะถูกนำไปใช้ใน “ห้องสมุดพลังงานสีขาวโดยแคนนอน” ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่ากระแสไฟฟ้าให้แก่โรงเรียนได้ปีละ 6,000 บาท ทั้งยังเป็นเสมือนสื่อการเรียนการสอนที่ทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ เข้าใจวิธีการทำงานของกังหันลม และการผลิตพลังงานสะอาด


กังหัน 3 ใบเหมาะกับการผลิตไฟฟ้า.

ส่วน การติดตั้งกังหันลม เพื่อนำศักยภาพของพลังงานลมตามธรรมชาติมาใช้ ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ จริงหรือไม่ เพียงใด ลองไปดูข้อมูลขององค์กรพลังงานของสหรัฐอเมริกา กระทรวงพลังงานของแคนาดา หน่วยเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร และหน่วยงานภาครัฐในออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่ใน www.carbonify.com คำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยถ่านหินที่ 1.5 ปอนด์ แต่ถ้าใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้า 1 ตัว จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 120 กิโลวัตต์ (ยูนิต)/เดือน ดังนั้น ถ้าใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้า 15 ตัว จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 21,600 กิโลวัตต์ หรือ 21,600 ยูนิต/ปี และจะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 16.2 ตัน/ปี


ห้องสมุดจากพลังงานสะอาด.

“กังหัน ลมผลิตไฟฟ้า 1 ชุด ประกอบด้วยตัวกังหันลม เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า และอุปกรณ์กักเก็บ มีมูลค่าประมาณ 5 แสนบาทต่อชุด หากคิดในแง่ธุรกิจคงไม่คุ้ม เพราะกว่าจะถึงจุดคุ้มทุนต้องใช้เวลานานหลายสิบปี แต่ถ้ามองในแง่การสร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และนำความรู้ที่ได้ไปใช้พัฒนาตนเองและสังคม นับว่าคุ้มเกินคุ้ม” นายสมเกียรติกล่าวทิ้งท้าย.

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

SCG TRON

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ในสวน ณ สงขลา

บางครั้ง การมีไฟฟ้าในการยามค่ำคืน เราต้องการ แสงสว่าง วิทยุทีวี คอมพิวเตอร์ โทรศัพย์ การสื่อสาร ในท้องที่ ในสวน ในไร่ หรือ ในยามฉุกเฉิน นี้ไม่ได้เป้นเพียงแค่ความคุ้มค่าในเรื่องของติดตั้งเท่านั้น
และ สิ่งที่มองไม่เห็นคือ คุณได้ช่วยลดโลกร้อนขึ้นอีก 1 หลัง ช่วยลดการเผลาน้ำมัน ถ่านหิน แก๊ส ถ้าเทียบแล้ว คุณต้องใช้ ถ่านหินราวๆ 250 กก ต่อหลอดไฟฟ้าไส้ 1  หลอด  (อ้างอิงหนังสือ NG)
อย่างที่สอง รู้สึก กับ ความอิสระด้านพลังงาน ผลิตได้เอง

มาร่วมกัน ให้ได้พลังงงาน   ลงมือ อย่าฝัน (ลอยๆ).

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ผู้ค้าน้ำมัน ต้องยอมรับความจริง มันเกิดแล้ว (Charge smart Grid)

นี้มันไม่ใช่อนาคต ทุกๆแห่งหน จะเต็มไป ด้วยเสาชาร์ทแบตเตอร์รี่  (Charge smart Grid)แน่นอนไม่ว่าคุณจะไปไหนมาไหน  สถานที่จอด  บนห้างสรรพสินค้า ที่ทำงาน หรือ ที่บ้าน พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย เพื่อนๆ  ข้างถนน ฟุตบาท  สวนสาธารณะ

โลกกำลังเปลี่ยน สู่ความยั่งยืน  เราทุกคนกำหนดชะตาโลก ไม่ใช่ผู้ค้าน้ำมันเท่านั้น  พวกเราจะไม่ปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศ   ไม่งั้นโลกจะหันกลับ มาเล่น .. ทุกๆคน.

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

แหล่งต้นน้ำ ที่มีพลังงานมหาศาล ที่สุด คือ พลังงานอะไร ??

ข้าราชการ บอกว่า นิวเคลียร์  ,พลังน้ำ
นักวิจัยพลังงาน บอกว่า พลังงานไบโอ
นักวิศวกรรม บอกว่า น้ำมัน ,  แก๊ส ,ถ่านหิน

ชาวบ้าน , คนใช้ไฟฟ้า  (End User)  “มันมาตาม สายส่งการไฟฟ้า”

นักวิทยาศาสาตร์บอกว่า  พลังงงาน จากอาทิตย์ ..

นี้เป็นกราฟแสดงถึง  พลังงาน ทางตรง  ไม่ต้องอ้อมไป อ้อมมา   และเป็นแหล่งใหญ่ที่สุด  ไม่ว่าจะเป้นการ ถ่ายโอนพลังงานนี้ไปอยู่ในรูป  ความร้อน แสง  ลม . ฝน เกิดสรรสิ่งทั้งมวล…​ ที่มวลมนุษยชาติได้รับ

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

Grid tie Inverter ( ฉบับ Open source ให้ฟรีๆ แต่ไปทำใช้เอง)

ครั้งที่แล้ว ทีมงานไทยวินด์มิลล์ ได้เสนอ เรื่อง Grid tie Inverter หลักการเชื่อมต่อ  แต่วันนี้เราจะเสนอการทำ Grid Tie Inverter ขึ้นมาใช้เอง  ทุกขบวนการขั้นตอนการทำ การเขียนโปรแกรม  ส่วนควบคุม  ได้ถูกรังสรรค์ อธิบายทุกรายละเอียด

หวังว่า จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการต่อยอดให้ทำงานดีขึ้น เยอะขึ้น ฉลาดขึ้น ไอเดียใหม่ๆ   ขอยกเครดิตให้ ผู้สร้าง ผู้คิดเริ่มต้น  และให้ความรู้

Open source หมายถึง การเปิดเผยรายเอียด โครงสร้าง และ คำอธิบาย   อาจจะมีกฎระเบียบให้ปฏิบัติ ในเรื่องของ สิทธิบัตร (Patent Public )
วิธีสร้าง http://www.timnolan.com/index.php?page=solar-grid-intertie-inverter

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed

ญี่ปุ๋น กำลังหาทางออก หันหัวเรือเรื่องพลังงานอีกครั้ง

จากการรายของ Recharge เว็บไซท์อันโด่งดัง เรื่อง Renewable Energy (พลังงานหมุนเวียน พลังงานยั่งยืน)   ญี่ปุ๋นกำลังเจอชะตากรรม หรือ เผชิญหน้า กับแก้ปัญหานิวเคลียร์  ยังไม่มีหน่วยงานไหน เปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงว่าใช้ไปเท่าไร??? กับกรณีนี้

ย้อนหลังก่อนหน้านี้ เป้นเวลาหลายสิบปี  พวกเขาให้ความรู้กับชาวบ้าน และทำความเข้าใจ  เรื่องการตั้งโรงไฟฟ้านิวเครียร์ และในที่สุด วันนี้ เหตุที่เกิดขึ้น  เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ของภัยใกล้ตัว  กับการใช้ไฟฟ้าแบบ ไม่ให้ชาวบ้านต้องคิดอะไรมาก

นายกญี่ปุ๋น เข้าเยี่ยมกลุ่ม ผู้อพยพ (ซึ่งปัจจจุบัน พวกเขาต้องออกจากบ้านที่เขาอยู่)  ห่างจากโรงไฟฟ้า ไปมากกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งยังไม่มีทีท่า ว่าจะหยุดรอยรั่วได้อย่างสิ้นเชิง

Recharge ได้สัมภาษณ์ นาย ยูชิโนริ อูเอดะ  หัวหน้าสมาคมพลังงานกังหันลม  ถึงการใช้พลังงานกังหันลมในเมือง ฟูกูชิมะ
และ ยังพูดเถึง ญ๊่ปุ๋นนั้นมีงาน วิจัยเรื่อง โซล่าร์เซล ของ บริษัทใหญ่ๆ แบบสุดยอด …. แต่..

อ่านบทความเต็มๆได้ที่

Posted in ข่าว,เทคโนโลยี่ด้าน พลังงานสีเขียว (News Green) | Comments closed